ระดมหมอแผนไทย ถกประเด็น ‘นวดเปิดสมอง’ ร่วมหาทางปิดช่องเกิดซ้ำซาก

11.10.16 | 15:43 น.

จากกรณีการเผยแพร่คลิปการนวดเปิดประตูสมอง ที่มีการกดคอทั้งสองข้างพร้อมกัน จนทำให้ผู้ถูกนวดคอพับนิ่งไปพักหนึ่ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่าเป็นอันตรายนั้น

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ในงานเสวนากรณีศึกษา “นวดเปิดสมอง : ของแท้หรือหลอกลวง” จัดโดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สภาการแพทย์แผนไทย สถาบันการศึกษาด้านการแพทย์แผนไทย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) โดย ภก.ยงศักดิ์ ตันติปิฎก รองประธานสมาพันธ์แพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การนวดเปิดสมองดังกล่าวถือว่าผิดหลักวิชาการการนวดไทย ซึ่งตามภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาและมีการทำเป็นตำรับตำราในการสอน และผ่านการกลั่นกรองมาแล้วว่ามีความปลอดภัย ก็ชัดเจนว่าการนวดดังกล่าวเป็นจุดต้องห้าม เพราะหลอดเลือดแดงใหญ่คาโรติด อาเทอรี (Carotid Artery) บริเวณที่คอเป็นเส้นเลือดแดงที่ตรงจากหัวใจไปสู่สมอง หากกดบริเวณดังกล่าวจะทำให้ความดันโลหิตลดลง หน้ามืดตาลาย และหากกดเป็นเวลานานทำให้สมองขาดออกซิเจน ถึงแก่ชีวิตได้

ภก.ยงศักดิ์ กล่าวว่า การนวดกดบริเวณหลอดเลือดแดงใหญ่ดังกล่าว ยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้อีก คือ คราบหินปูนที่เกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดอาจหลุดออก และเข้าไปอุดตันในเส้นเลือดสมองได้ เพราะเส้นเลือดดังกล่าวนำเลือดไปเลี้ยงสมอง หากอุดหลอดเลือดขนาดเล็กในสมองอาจทำให้เกิดอาการอัมพาตได้ และหากเข้าไปอุดตันในเส้นเลือดสำคัญก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน จึงอยากจะฝากให้ทุกคนในสังคมช่วยกันดูแล โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยที่จะต้องออกมาปกป้อง เมื่อพบเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างผลักดันการนวดไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับยูเนสโก ซึ่งหากมีการแอบอ้างการนวดไทยทำให้เกิดความเสียหายเช่นนี้ และไม่มีกระบวนการปกป้องดูแลวัฒนธรรมภูมิปัญญา อาจแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยไม่พร้อมที่จะช่วยปกป้อง อาจทำให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ได้

ทพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ สบส. กล่าวว่า การนวดจับเส้นเป็นการนวดเพื่อบำบัดรักษาโรคและฟื้นฟูสุขภาพ โดยใช้ศาสตร์นวดไทย จึงจัดเป็นการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 กำหนดให้ต้องขออนุญาตเป็นเป็นสถานพยาบาลและผู้ดำเนินการต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย หากกระทำโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพถือว่าผิดกฎหมาย ข้อหาเปิดสถานพยาบาลเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดข้อหาประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2556 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคลินิกการแพทย์แผนไทยขึ้นทะเบียนถูกต้องกับ สบส. จำนวน 804 แห่ง และคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์จำนวน 109 แห่ง โดยยืนยันว่าการนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ นวดผ่อนคลาย จึงเป้นการเปิดร้านเพื่อสุขภาพตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 จึงไม่สามารถให้บริการรักษา จับเส้น และกดจุดได้

นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ก่อนการรับบริการนวดไทยอยากให้พิจารณา ตัวผู้ให้บริการ หรือหมอนวด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มหมอนวดที่ร่ำเรียนสืบทอดภูมิปัญญา หรือหมอพื้นบ้าน โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ได้ขึ้นทะเบียนหมอกลุ่มนี้ 5 หมื่นกว่าคน ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ดูแลพี่น้องประชาชนในชุมชน การควบคุมอาจไม่สามารถใช้สภาวิชาชีพ หรือกฎหมายสถานพยาบาล แต่จะใช้ลักษณะการออกหลักเกณฑ์ในการดูแล โดยให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด( สสจ.) และหน่วยบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลของรัฐไปให้การดูแล จากจุดนี้อาจมีกลุ่มที่ไปแอบอ้างได้ มีการโพสต์ในโซเชียลมีเดียอวดอ้างจำนวนมาก ซึ่งวงการวิชาชีพต้องมาคิดหากระบวนการป้องกัน

Advertisement

2.กลุ่มที่ฝึกอบรมการนวดมา เข้าหลักสูตรการอบรมนวดต่างๆ ทั้งนวดตัว นวดฝ่าเท้า และก็มาเปิดร้านนวด ตามกฎหมายจะต้องเป็นการบริการส่งเสริมสุขภาพเท่านั้น ไม่สามารถให้บริการนวดในลักษณะการรักษาได้ โดยคนกลุ่มนี้พบว่า เมื่อนวดไปสักพักเริ่มเห็นโอกาส และแอบฝึกฝนเอง ครูพักลักจำ และไปโฆษณาว่า ตัวเองนวดรักษาได้ จุดนี้อันตราย เพราะความรู้งูๆ ปลาๆ แต่อยากมานวดรักษา ซึ่งจะทำให้เสียหายมากต้องหาทางยับยั้ง และกำจัดออกจากระบบ ไม่ง้นแวดวงการแพทย์แผนไทยเสียหาย และ3.กลุ่มที่ได้ใบประกอบวิชาชีพแล้ว เรียกว่าหมอนวดเต็มตัว สามารถรักษา บำบัดอาการต่างๆ ได้ โดยหลักต้องผ่านการอบรมหลักสูตรอย่างน้อย 800 ชั่วโมง ต้องเรียนเป็นปีๆ ต้องเรียนกายวิภาคศาสตร์ กล้ามเนื้อกี่มัด เส้นเลือดกี่เส้น ต้องมีความรู้ ไม่ใช่ใครก็ได้ไปนวด คนที่จะไปใช้บริการ ต้องถามก่อนว่ามีความรู้ความเชี่ยวชาญแค่ไหน