คณะทำงานปฎิรูประบบสุขภาพไทย ชูร่างพรบ.ชุดสิทธิประโยชน์ 3 กองทุน ลั่นไม่ร่วมจ่าย!!

11.10.16 | 17:02 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราฯ แจ้งวัฒนะ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูประบบสาธารณสุขด้านการคลังและระบบหลักประกันสุขภาพ แถลงข่าว
ผลการประชุมระดับชาติด้านหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย จะปฎิรูปอย่างไร ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 10-11 ตุลาคม 2559 ว่า สรุปสาระสำคัญ คือ ได้เสนอให้มีการจัดชุดสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพ 2 แพคเกจ คือ 1.ชุดสิทธิประโยชน์หลัก ซึ่งต้องเท่าเทียมกันทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ ประกอบด้วย หลักประกันสุขภาพถ้วหน้า สวัสดการข้าราชการ และประกันสังคม และ 2.ชุดสิทธิประโยชน์เสริม ซึ่งแต่ละกองทุนจะไปคิดเพิ่มว่าจะมีสิทธิประโยชน์ใดเพิ่มเติม โดยนายจ้างหรือเจ้าของกองทุนเป็นผู้จ่ายงบประมาณ และกรณีการร่วมจ่ายจะยังไม่มีในขณะนี้ แต่จะเป็นการจ่ายเพิ่มส่วนบุคคลของผู้ป่วยแต่ละสิทธิเอง เช่น ป่วยเข้าโรงพยาบาล อยากเข้าห้องพิเศษต้องจ่ายเพิ่มเติม เป็นต้น ส่วนประเด็นการแยกงบเงินเดือนและค่าตอบแทนออกจากงบหลักประกันสุขภาพนั้น ยังมีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงเห็นควรให้ตั้งคณะทำงานศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

นายคณิศ แสงสุพรรณ ประธานคณะทำงานศึกษาด้านความยั่งยืน ในคณะอนุฯ ชุด ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าวว่า ในเรื่องความยั่งยืนทางการเงินการคลัง จากการหารือและจัดทำข้อเสนอแผน 20 ปี พบว่า รัฐจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 4.2 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราคู่ขนานกับการขยายตัวด้านงบประมาณของรัฐบาล แต่หากภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ งบประมาณด้านสุขภาพยังต้องคงไว้ที่ตัวเลขดังกล่าว เนื่องจากเป็นตัวเลขที่ระบบการบริการด้านสุขภาพจะยังอยู่ได้ และยังไม่จำเป็นต้องมีการแหล่งเงินทุนอื่นเพิ่ม ทั้งกรณีการเก็บภาษีพิเศษเพิ่ม หรือกรณีการร่วมจ่าย ยกเว้นหากต้องการมาตรฐานคุณภาพการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่

ศ.นพ.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย ประธานคณะทำงานศึกษาความเป็นธรรม ในคณะอนุฯ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอสิทธิประโยชน์หลักและสิทะประโยชน์เสริม จะมีการจัดทำเป็น พ.ร.บ. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของสภาปฏิรูประบบสุขภาพ โดยขั้นตอนในการผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายนั้น โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี แต่ในภาวะนี้อาจรวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของชุดสิทธิประโยชน์หลัก แต่ละกองทุนจะต้องมีความเหมือนกันมากที่สุด เพื่อสร้างความเป็นธรรม ซึ่งแต่ละกองทุนจะไปกำหนดสิทธิประโยชน์ร่วมกันว่ามีอะไรบ้างที่ต้องเหมืนกัน ส่วนสิทธิประโยชน์เสริมอยู่ที่แต่ละกองทุนไปพิจารณาเอง แต่ในเรื่องข้อกำหนดสิทธิประโยชน์ทั้งชุดหลักและชุดเสริม จะต้องรอร่าง พ.ร.บ.ออกมาก่อนจึงจะดำเนินการได้