ศาลเลื่อนอ่านฎีกา ธาริตกับพวก ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ เหตุป่วย ชักเกร็ง ต้องรักษาในรพ.

10.02.22 | 11:28 น.
แฟ้มภาพ

ศาลเลื่อนอ่านฎีกาธาริตกับพวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เเจ้งข้อหาสุเทพ-อภิสิทธิ์ คดีสั่งฆ่าประชาชน เหตุธาริตชักเกร็งหามเข้าโรงพยาบาล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 วรรคสอง

กรณีเมื่อระหว่างเดือน ก.ค. 54 – 13 ธ.ค.55 จำเลยทั้งสี่ในฐานะพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สอบสวนและตั้งข้อหากับโจทก์ทั้งสอง ฐานสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ต้องรับโทษ จากการที่ ศอฉ.ออกคำสั่งให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมขับไล่นายอภิสิทธิ์ ให้ออกจากตำแหน่งนายกฯ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้องจำเลย โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์ ให้ลงโทษพวกจำเลยด้วย ต่อมาศาลอุทธรณ์ เห็นว่าพวกจำเลยกระทำผิดจริงจึงพิพากษากลับ ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ คนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา จำเลยทั้งสี่ จึงได้ยื่นฎีกา โดยก่อนหน้านี้ศาลนัดอ่านฎีกาคดีนี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 เเต่มีการเลื่อนอาานคำพิพากษาเนื่องจากจำเลยที่ 1 ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำให้ส่งหมายไม่ได้

โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้ทนายโจทก์ที่ 1-2 จำเลยที่ 2-4 ทนายจำเลยที่ 1 พนักงานอัยการในฐานะทนายจำเลย3-4 และในฐานะ ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยที่ 1-2 และผู้รับมอบอำนาจนายประกันจำเลยทั้งสี่มาศาล

Advertisement

ส่วนจำเลย ที่ 1 ไม่มา ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แจ้งว่าเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2565 จำเลย ที่ 1 มีอาการชักเกร็งและหมดสติเป็นเวลากว่า 5 นาที หลังได้สติมีอาการแขนขาข้างซ้ายอ่อนแรง ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง อุดตันเฉียบพลันต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต และต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 เดือน รายละเอียดปรากฏตามคำร้องฉบับลงวันที่ 9 ก.พ.65 พร้อมใบรับรองแพทย์ท้ายคำร้อง สำเนาคำร้องขอเลื่อนคดีให้ของจำเลยที่ 1ให้ทนายโจทก์ที่ 1และทนายโจทก์ที่ 2 แล้ว แถลงไม่คัดค้านอาการเจ็บป่วยของจำเลยที่ 1 แต่ในการเลื่อนคดีขอให้อยู่ดุลพินิจของศาล

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าทนายจำเลยที่ 1 ขอเลื่อนคดีอ้างเหตุว่าจำเลยที่ 1 มีอาการ เจ็บป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง กรณีมีเหตุสมควรจึงอนุญาตให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาในวันที่ 21 เม.ย.2565 หมายศาลแจ้งวันนัดให้จำเลยที่ 1 ทราบโดยส่งไปที่บ้าน บ้านจำเลยที่ 1 ที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา การส่งไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด ซึ่งเป็นที่อยู่ที่ทนายจำเลยที่ 1แถลงต่อศาลว่าขอให้ส่งหมายให้จำเลยที่ 1 ตามที่อยู่ดังกล่าว และให้ประกาศแจ้งวัน นัดให้จำเลยที่ 1 ทราบ ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อีกทางหนึ่ง

ภายหลังนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นครั้งที่ 2 ในวันนี้ ปรากฏว่าทนายความของนายธาริต จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลพร้อมใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลพญาไท 2 ว่านายธาริตเป็นลม เกิดอาการชักเกร็งหมดสตินาน 5 นาที พอรู้สึกตัวแขนและขาอ่อนแรง ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ศาลจึงอนุญาตให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้งวันที่ 21 เม.ย.นี้ ซึ่งคดีเหตุจำเป็นที่จะต้องเลื่อนออกไป ส่วนในนัดหน้าก็ต้องดูอีกทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อถามว่าในนัดหน้าจะสามารถอ่านคำพิพากษาได้หรือไม่ นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ศาลนัดอ่านคำพิพากษาทุกนัด แต่จะอ่านได้หรือไม่นั้น ต้องดูพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของจำเลยว่าในวันนั้นมีเหตุจำเป็นอะไรหรือไม่ ซึ่งไม่อาจจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เมื่อจำเลยมีใบรับรองแพทย์ฝ่ายโจทก์เราก็ต้องให้เกียรติและเคารพกัน ทั้งนี้ก็มีภาพถ่ายมาด้วยว่าจำเลยที่ 1 นอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ส่วนประเด็นที่สื่อถามว่าจะหลบหนีหรือไม่นั้น ตอนนี้คงยังไม่มี เพราะจำเลยมีอาการป่วย