นศ.หนุ่ม เหยื่อโจ๋กาญจน์รุมตื้บ ยังไม่รู้สึกตัว แม่วอนตร.เร่งรัดคดี-ขอความเป็นธรรม

11.10.16 | 17:57 น.

ความคืบหน้ากรณีนายพีรพล วิชาดี หรือน้องเต้ย อายุ 18 ปี นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาเทคโนโลยีการโยธา ปี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ได้รับผลกระทบทางด้านสมอง กลายเป็นเจ้าชายนิทรารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี โดยหลังเกิดเหตุมีผู้ที่ใช้นามว่า ต้นไม้ นำคลิปวีดีโอ เหตุการณ์ความยาว 2.32 นาที ไปเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา


ล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น.เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.อ.ชินโชติ บุญยไพศาลเจริญ รองผอ.รมน.จังหวัดกาญจนบุรี นายแพทย์พนัส โสภณพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี นายแพทย์สมเจตน์ เหล่าลือเกียรติ ผอ.โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางไปที่บ้านเอื้ออาทรวังขนาย เลขที่ 2/182 หมู่ 3 ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมอาการของนายพีรพล วิชาดี หรือน้องเต้ย โดยนายศักดิ์ได้มอบกระเช้าสิ่งของและเงินจำนวนหนึ่งให้กับน.ส.กัญญา ปีคงพันธ์ อายุ 38 ปี มารดาน้องเต้ย

นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าฯกาญจนบุรี เปิดเผยว่าจังหวัดจะหาทางช่วยเหลือแม่และน้องเต้ยอย่างเต็มที่ เบื้องต้นจะประสานให้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี นำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านบำบัดกายภาพ มาช่วยเหลือทำกายภาพบำบัดให้กับน้องเต้ยถึงที่บ้านพัก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนการที่แม่ของน้องเต้ยที่ต้องลาออกจากงานมาคอยดูแลลูกชาย จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวให้ช่วยหางานให้ทำอีกทางหนึ่ง

ด้านพ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าม่วง กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุในเบื้องต้นแล้ว จำนวน 12 คน โดยได้คุมตัวผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี ส่งสถานพินิจไปแล้วจำนวน 6 คนและส่งฟ้องผู้ต้องหาที่อายุ 18 ปี อีก 1 คน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่มีการออกหมายเรียกกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีที่เหลืออีก 5 คน แต่ยังคงไม่มารายงานตัวกับพนักงานสอบสวน ซึ่งหากมีการออกหมายเรียกอีกครั้งแล้วยังไม่มารายงานตัว จึงจะสามารถออกหมายจับได้ ทั้งนี้กรณีการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนจะล่าช้านั้น เนื่องจากผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี จึงต้องมีการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย อย่างไรก็ตามทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรีติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีและให้ความเป็นธรรมกับทางผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่

Advertisement

น.ส.กัญญา ปีคงพันธ์ เปิดเผยว่า ลูกชายนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพหลฯตั้งแต่วันเกิดเหตุ คณะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา เพราะน้องเต้ยยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จนกระทั่งวันที่ศุกร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาน้องเต้ยเริ่มมีอาการดีขึ้น สามารถหายใจด้วยตนเองได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ฟื้น ซึ่งคณะแพทย์ ได้พิจารณาแล้ว จึงอนุญาตให้นำตัวน้องเต้ยมานอนพักฟื้นที่บ้านได้ ส่วนค่าใช้จ่ายขณะรักษาคาดว่าน่าจะมากพอสมควร แต่โชคดีที่สามารถใช้สิทธิฉุกเฉินจากโรงพยาบาลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรีได้ ส่วนบ้านพักหลังนี้เป็นของญาติ ที่ให้ตนเช่าอยู่กับลูก แต่ก่อนเกิดเหตุลูกชายก็อาศัยอยู่กับป้า ส่วนตนต้องไปทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งใน กทม.เพื่อหาเงินส่งให้ลูกเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี แต่หลังจากที่ลูกชายถูกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่เคยรู้จักกันรุมทำร้ายจนไม่ได้สติจนถึงปัจจุบันจำเป็นจะต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกชายอยู่ที่บ้าน เพราะครอบครัวเรามีกันเพียงแค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น จึงทำให้ตนไม่มีรายได้ประจำมาจันเจือ แต่ก็ยังโชคดีที่ญาติๆทุกคนคอยให้ความช่วยเหลือ เพราะทุกคนต่างก็มีความผูกพันและรักน้องเต้ย เป็นอย่างมาก

“หลังจากลาออกจากงานก็ไม่มีรายได้จำเป็นต้องพึ่งพากู้ยืมเงินจากญาติๆเท่านั้นแต่ทุกคนก็คงไม่สามารถช่วยเหลือตนตลอดไปได้ เพราะถึงแม้ทางคณะแพทย์แจ้งให้ทราบว่า น้องเต้ยมีโอกาสที่จะหายกลับมา แต่ก็ไม่ทราบว่าต้องรอเวลาอีกนานเท่าไหร่ ก็อยากขอความเห็นใจจากประชาชนชาวไทยทุกคน หากต้องการช่วยเหลือลูกชายของที่กำลังเป็นเจ้าชายนิทรา ได้มีโอกาสรักษาให้หาย สามารถบริจาคได้ที่หมายเลขบัญชี 261-090-321-9 ธนาคารกรุงไทย สาขามีนบุรี ชื่อบัญชี น.ส.กัญญา ปีคงพันธ์ ส่วนเรื่องคดีความ ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดีเพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนและลูกชายด้วย”น.ส.กัญญากล่าว