ล่าลุงขี้โมโหจ่อยิงแม่เพื่อนหลานดับ-เจ็บอีก 2

13.02.22 | 12:21 น.

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.ปิยะกรณ์ ศรีวันทา ผกก.สน.บุคคโล เปิดเผยความคืบหน้าเหตุนายเสมา ขจรพันธ์ อายุ 50 ปี ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.สุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ อายุ 35 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย โดยสาเหตุเกิดจากเพื่อนลูกสาวผู้เสียชีวิตอายุ 15 ปี หายออกจากบ้านไปประมาณ 1 อาทิตย์ โดยไปอาศัยอยู่กับลูกสาวของผู้เสียชีวิตที่บ้านย่านอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร โดยทางกลุ่มเพื่อนช่วยออกตามหา เมื่อพบผู้เสียชีวิตจึงพาตัวมาส่งที่บ้านพักซอยสิงหเจริญอุทิศ 4 แยกซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. เมื่อมาถึงพบกับผู้ก่อเหตุ อยู่ในอารมณ์โกรธพร้อมทั้งจะเข้าทำร้ายหลานสาวที่หนีออกจากบ้านไป ผู้เสียชีวิตและลูกสาวพร้อมกลุ่มเพื่อนจึงเข้าห้ามปรามและเกิดการโต้เถียงทะเลาะวิวาทขึ้น ก่อนที่ผู้ก่อเหตุวิ่งเข้าไปในบ้านหยิบปืนลูกโม่ ออกมาไล่ยิงกลุ่มผู้เสียชีวิต ก่อนทั้งหมดวิ่งหลบหนีแต่กระสุนถูกบุคคลในกลุ่มได้รับบาดเจ็บ 2 คน ส่วนผู้เสียชีวิตวิ่งสะดุดหกล้มระหว่างหลบหนีจึงถูกผู้ก่อเหตุจ่อยิง 3 นัด ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 12 ก.พ.


พ.ต.อ.ปิยะกรณ์กล่าวอีกว่าจะสอบปากคำพยานฝั่งผู้เสียชีวิตและฝั่งผู้ก่อเหตุฝั่งละ 2-3 ราย ส่วนกรณีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องให้สหวิชาชีพร่วมทำการสอบปากคำส่วนการแจ้งข้อกล่าวหานั้น พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุดังกล่าวข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นต่อไป ทั้งนี้ ชุดสืบสวน สน.บุคคโล ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่าผู้ก่อเหตุและมีนายภานุสรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ร่วมก่อเหตุโดยเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาให้กับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นอยู่ระหว่างประสานพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล สอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับและติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่นำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ไปสอบสวนที่ สน.บุคคโล ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ รายละเอียดไม่ต้องการเปิดเผยมาก เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเด็กอยู่ในวัยเรียน ส่วนสาเหตุที่ผู้ก่อเหตุไล่ยิงน่าจะเกิดจากอารมณ์โมโหที่หลานสาวหนีออกจากบ้านและกลุ่มผู้เสียชีวิตมีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

 

Advertisement