รพ.เมดพาร์ค อาสาดูแลหัวใจหมอ เริ่ม 14 ก.พ. – 12 ส.ค. นี้ ตรวจรักษาฟรี

14.02.22 | 14:17 น.

รพ.เมดพาร์ค อาสาดูแลหัวใจหมอ เริ่ม 14 ก.พ. – 12 ส.ค. นี้ ตรวจ-รักษาฟรี

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โรงพยาบาลเมดพาร์ค จัดแถลงข่าวออนไลน์ผ่านระบบซูม (Zoom) เปิดตัวโครงการ ‘อาสาดูแลหัวใจหมอ’ โดยมี นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ศ. นพ.สิน อนุราษฎร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และศาสตราธิคุณ นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิม หัวหน้าศูนย์หัวใจ และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเมดพาร์ค


นพ.วสันต์ กล่าวว่า สำหรับโครงการ ‘อาสาดูแลหัวใจหมอ’ เป็นโครงการเพื่อคุณหมอ โดยขอเชิญชวนหมอให้มาตรวจสุขภาพหัวใจ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า หมอที่เป็นโรคหัวใจ แต่ไม่มีอาการและไม่รู้ตัว อีกทั้งยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หมอต้องทำงานอย่างหนัก และทำให้ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ซึ่งโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย เพื่อที่หมอ 1 คนจะหาย และไปรักษาผู้ป่วยได้อีกหลายคน

“โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อรักษาหมอสัญชาติไทย อายุระหว่าง 35-70 ปี ทุกสาขา ทั่วประเทศไทย ซึ่งจะมีการซักประวัติเบื้องต้น เพื่อคัดกรองปัญหาของหัวใจ และหากตรวจพบก็สามารถเข้ารับการรักษาต่อโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยระยะเวลาโครงการ เริ่มตั้งแต่ 14 ก.พ. 65 – 12 ส.ค. 65” นพ.วสันต์ กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ Heart Attack รู้ทัน ป้องกันได้ ‘หัวใจวายเฉียบพลัน’ ภัยเงียบร้ายแรงไร้สัญญาณเตือน จากทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการรักษาดูแลหัวใจของโรงพยาบาลเมดพาร์ค

นพ.ประดิษฐ์ชัย ชัยเสรี ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านหัวใจและทรวงอก กล่าวในช่วงของการเสวนาว่า อาการหัวใจวายเกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจมีการตีบตัน หากแค่ตีบก็อาจจะแค่เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก แต่หากเส้นเลือดตันก็จะอันตรายกว่า โดยปัจจัยเสี่ยงส่วนมากก็เกิดจากอายุมาก กรรมพันธ์ุ ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่เราสามารถควบคุมได้ เช่น เราสามารถรับประทานอาหารที่ไม่มีไขมัน หรือไขมันน้อย ความเครียด และการสูบบุหรี่ พฤติกรรมการออกกำลังกาย และโรคประจำตัว

ด้านนพ.ชาติ วานิชสวัสดิ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด กล่าวต่อว่า สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสามารถเกิดได้กับคนที่แข็งแรง หรือแม่กระทั่ง เด็ก นักกีฬาก็สามารถเกิดโรคหัวใจได้เช่นกัน เพราะกรรมพันธุ์ จากพ่อแม่ ผู้ปกครอง สำหรับการป้องกันคือ ต้องรู้ก่อน โดยการตรวจสอบตัวเองจากครอบครัว ที่มีประวัติการเสียชีวิตกระทันหัน และการไปอัลตร้าซาวด์ ซึ่งสามารถดูแลตัวเองไม่ให้เกิดโรคอ้วน ไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีกากใยสูงจะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้มาก

“สำหรับวิธีการรักษา มีทั้งหมด 3 แบบ 1.ใช้ยา (medical treatment) 2.การผ่าตัดทำบอลลูน ใส่ขดลวด 3.การผ่าตัดหัวใจ (บายพาส) โดยผู้ป่วยที่ควรได้รับการรักษาแบบบอลลูน คือผู้ป่วยที่เส้นเลือดยังไม่พังมาก เพราะหากเส้นเลือดมีความคดเคี้ยวมาก แตกเป็นทางแยกมาก จะมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนสูงกว่า” นพ.ชาติ กล่าว และว่า สำหรับการรักษาหลังผ่าตัดจะต้องนอนอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน (ICU) 2-3 วัน และไปพักฟื้นที่ห้องทั่วไปต่ออีก หลังจากนั้น 1 เดือนก็สามารถออกไปทำงานได้ แต่หากจะต้องการให้แข็งแรงเต็มที่ ก็ต้องรอประมาณ 3 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการออกกำลังกาย และดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง สามารถทำได้ 3 วิธี 1.ออกกำลังกายแบบแอโรบิค อย่างน้อย 30 นาที แต่หากผู้ป่วยมีอาการเหนื่อย ให้ทำ 5-10 นาที และต้องมีคูลดาวน์ด้วย 2.ฝึกการขยับ และเกร็งกล้ามเนื้อแขนขา และ 3.ออกกำลังกายโดยการฝึกการหายใจ