จับยกแก๊งรุมสามีเหยื่อลุงหัวร้อนถึงศาลาตั้งศพเมีย ผบก.น.8 ไขปมเหตุยกพวกทำร้ายจนโดดน้ำตาย

17.02.22 | 12:38 น.

ตร.รวบ 5 ผู้ต้องหารุมทำร้ายสามีเหยื่อลุงหัวร้อนถึงศาลาตั้งศพเมีย จนโดดหนีลงเจ้าพระยาดับ เหตุวัยรุ่นฉุนโดนต่อว่าเล่นปืนแก๊ปรบกวนงานศพ ไปฟ้องพวกหลังวัดมาคิดบัญชี

จากกรณีที่นายกรีรติ ก๊กทรัพย์ แฟนหนุ่มของนางสาวสุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ อายุ 35 ปี ที่ถูกนายเสมา ขจรพันธ์ ลุงหัวร้อน ที่ไม่พอใจหลังพาหลานสาวมาส่ง ก่อเหตุยิง 4 นัด ทำให้ นางสางสุจิตรา เสียชีวิต เหตุเกิดในซอย สมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต่อมานายกรีรติ ได้เดินทางมารับศพนางสาวสุจิตรา ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดดาวคะนอง ก่อนที่ในช่วงเย็นเมื่อวานนี้ ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่าง นายกรีรติ กับวัยรุ่นภายในวัด จนเป็นเหตุให้ถูกไล่ทำร้าย จนต้องหลบหนีลงไปในน้ำด้านหลังวัดจนเสียชีวิต และจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีเยาวชนของทางด้านนายกรีรติได้รับบาดเจ็บ


อ่าน: สลดซ้ำ สามีเหยื่อลุงหัวร้อน ถูกรุมทำร้ายถึงศาลาตั้งศพเมีย ก่อนกระโดดเจ้าพระยาหนีดับ

เมื่อเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายนพดล บุตรแสงพราว ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ได้พา นายกนก เยาวชนอายุ 17 ปี และ นายก้องเกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายนพดล กล่าวว่า การเดินทางเข้าพบตำรวจในวันนี้เป็นการเดินทางเข้าพบเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานทั้งหมดว่าถูกกระทำอย่างไรบ้างรวมถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลใดบ้างเท่าที่พอจะจำได้ แต่จากการสอบถามยืนยันได้ว่าจนถึงขณะนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุ ในครั้งนี้เป็นคนละกลุ่มกับที่ก่อเหตุกับนางสาวสุจิตรา

Advertisement

ขณะที่ นายกนก เยาวชนอายุ 17 ปี หนึ่งในสองของเยาวชนที่ร่วมอยู่กับนายกรีรติ และเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บถูกฟันที่บริเวณมือซ้าย ได้เล่าให้ฟังว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณบ่ายสองถึงบ่ายสามของเมื่อวานขณะที่ตนเองกับเพื่อนรวมสามคนนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในศาลาภายในวัดเพื่อเตรียมงานศพของนางสาวสุจิตราตามปกติ ตนเองได้ยินเสียงคล้ายปืนแก๊ปดังขึ้นภายในบริเวณวัดหลายครั้ง แต่ไม่เห็นว่าพี่ชายคือ นายกรีรติ ผู้ตาย เดินออกไปพูดคุยด่าทอกับกลุ่มวัยรุ่นที่เล่นปืนแก๊ปเมื่อใด ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 3-4 คน เดินเข้ามาหา ตนเองสังเกตเห็นว่าในจำนวนนี้สามคนมีอาวุธมีดเดินตรงเข้ามาเริ่มไล่ฟันกลุ่มตนเองจึงมีการวิ่งแตกกลุ่มแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง ตนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณมือซ้ายก่อนที่จะมีคนภายในวัดเข้ามาช่วยห้ามและช่วยเหลือตนเองไว้ได้

ส่วนพี่ชายคือนายกรีรติเห็นว่าหลบหนีไปทางบริเวณหลังวัดแต่ไม่เห็นว่ามีการกระโดดน้ำลงไปตอนไหน ก่อนที่จะมาทราบภายหลังว่าพี่ชายจมน้ำเสียชีวิต รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมากเพราะเพิ่งเกิดเหตุการณ์กับนางสาวสุจิตราไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาและกลุ่มตนเองก็มาถูกทำร้ายร่างกายภายในวัดจนเป็นเหตุให้พี่ชายต้องวิ่งหนีลงไปในน้ำจนเสียชีวิต ไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นใครแต่ยืนยันได้ว่าเป็นคนละกลุ่มบุคคล ที่ก่อเหตุกับนางสาวสุจิตราก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

สำหรับด้านคดี พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 กล่าวว่า จนถึงขณะนี้จากการสอบปากคำพยานที่อยู่ในจุดเกิดเหตุทั้งหมด สามารถยืนยันได้ว่ากลุ่มคนที่เข้ามาก่อเหตุกับนายกรีรติ เป็น คนละกลุ่มกับกลุ่มคนที่ทำร้ายร่างกายนางสาวสุจิตราก่อนหน้านี้ ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้เนื่องจากนายกรีรติ ได้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับเด็กในชุมชนหลังวัด สาเหตุจากการที่เด็กๆ เข้ามาเล่นปืนแก๊ปส่งเสียงดังภายในวัดจนเกิดเสียงรบกวนบริเวณงานศพ ทำให้ นายกรีรติ สามีของ นางสาวสุจิตรา ออกไปต่อว่า ทำให้เด็กไม่พอใจไปฟ้องกลุ่มวัยรุ่นในชุมชนหลังวัดจึงเกิดความไม่พอใจ ยกพวกเข้ามาไล่ทำร้าย นายกรีรติ กับเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมของในงานศพจนวิ่งหนีนายกรีรติ กระโดดลงไปซ่อนในน้ำจนจมน้ำเสียชีวิต ส่วนการตรวจสอบร่างกายนายกรีรติ เมื่อวานนี้ไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกฟันหรือทำร้ายตามร่างกายแต่อย่างใด

ล่าสุดจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 5 คน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย

ต่อมา พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะ โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า กรณี สน.บุคคโล รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้กระโดดน้ำหนีตายจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บภายในวัดดาวคะนอง ถนนจรัญสนิทวงศ์ 65 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล ได้จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย เป็นผู้ใหญ่ 2 ราย เยาวชน 2 ราย และมีผู้หญิง 1 ราย ทางพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา โดยมีสหวิชาชีพร่วมสอบสวนเยาวชนที่ก่อเหตุดังกล่าว

ที่สน.บุคคโล พนักงานสอบสวนได้แจ้งดำเนินผู้ต้องหาที่เป็น ผู้ใหญ่ 2 ราย เยาวชน 2 ราย ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนถึงแก่ความตาย ส่วนผู้หญิงอยู่ระหว่างสอบปากคำ จากนั้น นำตัว 4 ผู้ต้องหาไปฝากขัง โดย 2 ผู้ต้องหานำตัวไปฝากขังที่ ศาลอาญาธนบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วน และเยาวชนอีก 2 รายนำไปฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยระหว่างควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ มีการใช้เสื้อคลุม และ ใส่หมวกปิดบังใบหน้า

ทั้งนี้ระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถห้องขัง มีเพื่อนและญาติของผู้ต้องหามารอส่ง โดยหนึ่งในญาติของผู้ต้องหาเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เป็นยายของหนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งที่ผ่านมาตนอยู่คนละบ้านกับหลาน ไม่เคยมีพฤติกรรมเกเร ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยทำ ส่วนจะเป็นเพราะการคบเพื่อนหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ