เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น./โฆษก บช.น. เปิดเผยว่ากรณีมีการนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมฯ 7 กลุ่ม มีกลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) บริเวณหน้าวัดมกุฏกษัตริย์ เลียบคลองผดุงกรุงเกษม ชุมนุมพักค้างแรม, กลุ่มเครือข่ายสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และกลุ่มแนวร่วม บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ (พักค้างแรม), กลุ่มสหพันธ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (สกท.) บริเวณหน้าธนาคารแห่งประเทศไทย ใต้สะพานพระราม 8 (พักค้างแรม)และจะเคลื่อนขบวนไปกระทรวงเกษตรฯ, กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ กลุ่ม ศปปส. บริเวณหน้าสำนักงาน กพ. เวลา 08.00 น., กลุ่ม People ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เวลา 16.00 น., กลุ่มพลเมืองโต้กลับ บริเวณหน้าศาลฎีกาเวลา 17.30 น. และกลุ่มเฝ้าระวังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทะลุแก๊ส บริเวณแยกดินแดง เวลา 17.30 น. สำหรับการปฏิบัติเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อวันที่ 16 ก.พ. มีการชุมนุม 6 จุด กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย(สกท.), กลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และภาคีแนวร่วม, กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.), กลุ่มเครือข่ายสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และกลุ่มแนวร่วม, กลุ่ม People ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และกลุ่มเฝ้าระวังกลุ่มก่อความไม่สงบทะลุแก๊ส ไม่พบการรวมกลุ่มของมวลชนในพื้นที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ การดำเนินการทางกฎหมาย ตั้งแต่เดือน ก.ค.2563 จนถึงปัจจุบันมี คดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมฯ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 821 คดี ขณะนี้ได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องไปแล้ว 474 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน 347 คดี
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า การชุมนุมหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งของกลุ่มทะลุวัง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน พิสูจน์ทราบตัวบุคคล 9 ราย จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญาฯ ใน 5 ข้อหา กระทำการใดๆ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรฯ, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ฯ, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ฯ, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ, ส่งเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควรฯ กรณีดังกล่าวการปฏิบัติที่ของเจ้าหน้าที่นั้น เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานกับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง อยู่ภายใต้การบริหารงานตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องระมัดระวังการกระทำที่กระทบจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่และการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การต่อใบอนุญาตให้ใบอนุญาตนั้น ตำรวจมีหน้าที่การตรวจสอบ พฤติกรรมกลุ่มบุคคล บริษัทห้างค้านต่างๆ ที่กระทำความผิด การตรวจสอบดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการตามปกติ ไม่ได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ากรณีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนติดตามกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้ได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวัน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2563 มีการชุมนุม 3,500 ครั้ง พื้นที่บช.น. และพื้นที่ภูธร การดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายติดตามความเคลื่อนไหว ตามอำนาจหน้าที่ด้วยชอบด้วยกฎหมายและเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่ถ้าใครไม่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายไม่ต้องกลัว ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไม่ว่าจะเป็นแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแต่อย่างใด

