สธ.ยันติดโควิดรักษาฟรี! แต่ต้องไปตามสิทธิ ติดเชื้ออาการรุนแรง นอน รพ. ไหนก็ได้

17.02.22 | 12:59 น.

สธ.ยันติดโควิดรักษาฟรี! แต่ต้องไปตามสิทธิ ติดเชื้ออาการรุนแรง นอน รพ. ไหนก็ได้

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์การแพทย์บางรัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ประเด็นการปลดโรคโควิด-19 ออกจากสิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาฟรีทุกที่ หรือยูเซ็ป (UCEP) ว่า ไม่ได้ถอดโควิด-19 ออกจากยูเซ็ป แต่เป็นการปรับปรุงวิธีการให้บริการตามอาการของผู้ป่วยโควิดสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือถอดออกจากเป็นโรคฉุกเฉิน เพราะโควิด-19 เป็นโรคที่อยู่กับเรามา 2 ปีแล้ว ฉะนั้น ต้องปรับให้สอดรับกับสถานการณ์ของโรค ต้องย้ำว่า เราไม่ได้มีแค่โรคติดต่อโควิด-19 เพียงโรคเดียว แต่ยังมีโรคติดต่ออื่นๆ และโรคไม่ติดต่อ ที่ยังรอใช้เตียง รอการใช้บริการใน รพ. อีกด้วย


“หากเราเน้นโควิด-19 ว่าฉุกเฉิน ต้องไปแซงคิว ต้องได้อภิสิทธิ์เหนือโรคอื่น ก็จะทำให้ระบบสาธารณสุขรวนได้ นี่จึงเป็นการปรับการให้บริการให้สอดคล้อง ไม่ให้กระทบระบบพื้นฐานของเรา แต่ไม่ใช่การยกเลิกยูเซ็ปเด็ดขาด คนที่พูดว่ายูเซ็ปยกเลิกโควิด ต้องขอให้ปรับความเข้าใจใหม่” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับโควิด-19 ที่มีอาการฉุกเฉินจริงๆ เช่น หายใจไม่ได้ มีอาการเหนื่อยหอบ ไอรุนแรง ก็สามารถเข้ารักษาฉุกเฉินที่ใดก็ได้ เราก็ให้การดูแลเช่นเดิม แต่ตอนนี้เพื่อให้เกิดความสบายใจและคล้องตัว ทาง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ก็ได้กำหนดโซน UCEP Plus ขึ้นมา หากเป็นผู้ป่วยสีเขียว ให้อยู่บ้าน (HI) แต่หากเป็นสีเหลือง สีแดง ก็ต้องให้การดูแลเฉพาะ

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า โรคโควิด-19 มีการพิจารณาแล้วจะไม่ได้เป็นโรคฉุกเฉินอีกต่อไป ส่วนที่ผ่านมาต้องกำหนดเป็นโรคฉุกเฉินเนื่องจากเป็นโรคใหม่และกังวลจะไม่มีที่รักษาพยาบาลและทำให้ระบบสาธารณสุขล้มเหลว แต่ปัจจุบันคนติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการก็เหมือนโรคหวัดทั่วไป ที่มีคนป่วยหลายแสนรายต่อวัน ก็ไม่มีปัญหา เช่นเดียวกัน ตอนนี้คนติดโควิด-19,ที่จำเป็นต้องนอน รพ.มีไม่มาก ขณะนี้อยู่ที่ราว 700 คน จึงไม่น่าจะเป็นโรคฉุกเฉินอีกต่อไป

Advertisement

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตรักษาทุกที่ หรือ UCEP ปัจจุบันมี 2 ส่วน คือ UCEP ทั่วไป และ UCEP โควิด-19 ก่อนหน้านี้ โควิดถือเป็นโรคฉุกเฉิน เมื่อพบว่าติดเชื้อ ก็สามารถไปรักษาที่รพ.เอกชนตอนไหน เวลาไหนก็ได้ แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลง การดูเฉพาะว่าติดโควิดต้องไม่นำแล้ว แต่ UCEP ยังมีอยู่ โดยหากคนไข้โควิดมีอาการรุนแรง เช่น มีโรคร่วมที่เป็นอันตรายรุนแรง อาทิ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ติดโควิด แม้ว่าโควิด-19 ไม่รุนแรงมาก แต่โรคไตรุนแรง ก็จะพิจารณาให้เข้าข่ายเป็น UCEP โควิด เพื่อให้ได้รับการดูแลเพราะการดุแลไม่ใช่ดูแลแบบโรคไต แต่เป็นการดูแลแบบโควิด เมื่อต้องเข้ารับการรักษาในรพ.ก็ต้องเข้าอยู่ในขอบข่ายของโควิด-19

“จึงมีแนวคิดเรื่องการจัดทำ UCEP Plus ก็คือรองรับคนติดโควิด-19 และมีโรคร่วมเดิม ซึ่งในวันนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จะมีการหารือร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อพิจารณาเกณฑ์ที่เข้าข่ายรักษาแบบ UCEP Plus แต่ในหลักการคือ คนที่ติดโควิด-19 และมีโรคร่วมเดิม จากนี้จะกำหนดนิยามของผู้ที่เข้าข่ายจะเป็นผู้ที่โรคร่วมเดิมอะไรบ้างอยู่ที่ข้อสรุปของการหารือ” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

ปลัด สธ. กล่าวอีกว่า สำหรับคนทั่วไปที่ติดโควิด-19 จากเดิมที่จะเข้าไปรับการรักษาที่รพ.เอกชนใดก็ได้ ก็ปรับเป็นการไปรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิ เช่น มีสิทธิรักษาที่รพ.ราชวิถี ก็ไปใช้สิทธิรพ.ราชวิถี ถ้าอาการไม่มากหรือไม่มีอาการ รพ.ก็จะพิจารณาให้ดูแลตนเองที่บ้านหรือHI แต่หากไม่สะดวกและไม่สามารถที่จะอยู่ที่บ้านได้ ก็จะมีระบบดูแลที่โรงแรม(Hotel Isolation) โดยที่จะมีบุคลากรติดตามอาการทางระบบออนไลน์ได้ แต่ไม่ใช่ฮอสปิเทล