“บิ๊กต๊อก”หนุน”เครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐ” สร้างภาคปชช.แก้ไขปัญหายา ยั่งยืน

12.10.16 | 18:26 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่ห้องประชุมชั้น 2 โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จ.ขอนแก่น พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “เครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐ” รุ่นที่ 2 ระดับภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าที่ร้อยตรี สมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด จาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้เข้าร่วมรับการฝึกอบรมรวมกว่า 500 คน

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายประชารัฐ ซึ่งป.ป.ส.เน้นหนักในการให้สมาชิกสภาเกษตร จากทุกหมู่บ้านทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้เข้ารู้และเข้าใจงานยาเสพติด โดยมีการร่วมกันกำหนดกรอบแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ของตนเองลงลึกในระดับชุมชนหมู่บ้าน ทั้งยังคงสามารถที่จะประสานการทำงานและสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างตรงจุด ทั่วถึงและรวดเร็ว ซึ่งการประสานการทำงานร่วมกับระหว่าง ป.ป.ส. รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กับคนในท้องถิ่นและชุมชนเป็นการสร้างเครือข่ายการทำงานที่ชัดเจน จับต้องได้ เพราะขณะนี้กระทรวงยุติธรรมเน้นหนักในเรื่องของการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งระดับตำบล อำเภอและจังหวัดต่างมีบทบาทและหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดอยู่แล้ว แต่จากนี่ไปเราจะมาดูในเรื่องของการคัดกลุ่มเสี่ยง คัดกลุ่มที่จะต้องบำบัดและฟื้นฟุที่จะเข้มข้นมากขึ้น

WV7A5352

“ เรื่องการจับกุมเราทำอย่างต่อเนื่องและมีผลงานโดยตลอด วันนี้ ป.ป.ส.ต้องปรับบทบาทตัวเอง ต้องเข้าใจงาน ผมย้ำอยู่ตลอดว่าถ้าจะทำแบบเดิมทุกอย่างมันก็เป็นเหมือนเดิม ป.ป.ส.จะต้องลดเรื่องการปราบปรามลงเพราะการปราบปราม มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว อย่างตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ป.ป.ส.จะต้องทำหน้าที่อำนวยการและบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย เพื่อสร้างแนวร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน และชุชน ตามแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้าน ชุมชนมั่นคง ปลอดภัยจากยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดแผนการดำเนินงานในปี 2559-2560 ให้บรรลุเป้าหมายให้ได้”

รมว.ยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ป.ป.ส.ต้องมาเน้นบทบาทในการเป้นแกนหลักเรื่องการบำบัดและฟื้นฟูให้มากขึ้น เพราะถือเป้นหัวใจหลักที่สำคัญที่ควบคู่กับการป้องปรามและปราบปราม ซึ่งถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดระบบหน่วยงานและโครงสร้างของ ป.ป.ส.เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลการทำงานที่เด่นชัด เพราะผู้ติดยาเสพติดนั้นถือเป็นผู้ป่วยที่จะต้องได้รับการบำบัดรักษา ป.ป.ส.จะต้องประสานการทำงานร่วมกับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอและจังหวัด เพื่อส่งต่อการรับการรักษาของผู้ป่วยในกลุ่มดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดของไทยนั้นประสบผลสำเร็จในภาพรวม

Advertisement

WV7A5311

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า การฝึกอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกสภาเกษตรกร มีความรู้ความเข้าใจงานยาเสพติด มีแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ของตนเอง และสามารถประสานงานสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ กับภาครัฐได้ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เป็นผู้นำเกษตรกรระดับภาคและระดับจังหวัดในพื้นที่ทั่วประเทศ รวมกว่า 1,700 คน โดยแบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 4 รุ่น โดยครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 2 จัดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 471 คน ซึ่งบุคลากรเหล่านี้จะเป็นแนวร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ตามแผน “ประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคง ปลอดภัย ยาเสพติด” พ.ศ.2559-2560 ให้บรรลุเป้าหมายต่อไป

WV7A5542_0

ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ และคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะประชาชนในหมู่บ้าน บ้านเสียว หมู่ 13 ตำบลวังชัย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังสถานการณ์ยาเสพติดและติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนร่วมเสวนากับแกนนำบ้านเสียวถึงวิธีการแก้ปัญหายาเสพติด นอกจากนี้ ในชุมชนยังมีกลุ่มองค์กรต่างๆ เป็นแกนนำที่เข้มแข็งในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น กลุ่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กลุ่มกองทุนแม่ของแผ่นดิน กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มส่งเสริมประชาธิปไตย กลุ่มทอเสื่อ กลุ่มปลูกเห็ด และกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำหมู่บ้าน ฯ นับตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบันไม่พบว่ามีปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านบ้านเสียว โดยหมู่บ้านมีกิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดด้วยตนเอง ได้แก่ 1. โครงการอยู่เวรยาม เฝ้าระวังปัญหายาเสพติด 2. โครงการจัดตั้งเครือข่ายฯ ป้องปรามยาเสพติด 3. โครงการจูงมือลูกหลานเข้าวัดทุกวันอาทิตย์ (ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น) 4.โครงการศาสนธรรมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและให้ความรู้เรื่องโทษและพิษภัยของยาเสพติดให้แก่เด็กและเยาวชนในหมู่บ้านบ้านเสียว และ 5. โครงการสนับสนุนให้ทำความดี โดยการให้ทุนการศึกษาแก่พยาบาลชุมชน

WV7A5771

WV7A5761