“ชำนาญ” อดีตปธ.แผนกคดีล้มละลายศาลฎีกา ประกาศสมัครชิง ป.ป.ช. แทนตำแหน่งว่าง ลั่นหากได้เป็น ทำระบบให้เข้มเเข็งขึ้น กล้าตรวจสอบทุกระดับ ทุกหน่วยงาน มั่นใจได้รับการพิจารณา เพราะมีประสบการณ์พิจารณาคดีนักการเมืองการเมืองคดีทุจริตฯเพียบ
เมื่อเวลา 14.09 น.วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เดินทางมาสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. แทนตำแหน่งที่ว่าง) จำนวน 1 คน ตามมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ซึ่งเปิดให้มีการรับสมัครระหว่างวันที่ 31 ม.ค.- 21 ก.พ. ในวันและเวลาราชการ
นายชำนาญ เปิดเผยว่า ภายหลังติดตามประกาศข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ประกาศรับสมัคร กรรมการ ป.ป.ช. แทนตำแหน่งที่ว่างลง เลยเดินทางมาสมัคร ทางเจ้าหน้าที่ที่รับสมัครก็ได้ลงเวลาดีเป็นเวลา 14.09 น.โดยตนเป็นผู้สมัครเบอร์ 7มีความตั้งใจที่จะเข้าไปทำประโยชน์ให้กับป.ป.ช. เพราะคิดว่ามีคุณสมบัติ ทางด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ การทำงานด้านผู้พิพากษา และมีความรู้ด้านกฎหมาย ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ ในการพัฒนาองค์กร ป.ป.ช.ได้เป็นอย่างดี รวมถึงทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินได้ ดีกว่าอยู่เฉยๆ
กฎหมายรัฐธรรมนูญได้มอบอำนาจให้ ป.ป.ช.เป็นกลเครื่องมือในการปราบปราบการทุจริต ในฐานะที่เคยพิจารณาคดีเกี่ยวกับทุจริตมามากไม่ว่าจะเป็นบรรดานายกรัฐมนตรี เเละรัฐมนตรี มาเเล้วเเทบทุกกระทรวง ก็จะมีประสบการณ์เข้าใจระบบได้อย่างดีก็คิดว่าถ้าได้เข้าไปเป็น ป.ป.ช.ก็จะทำให้ระบบเข้มเเข็งเเละเป็นที่หวังของประชาชนได้ เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานต้องถูกตรวจสอบได้ไม่มีข้อยกเว้น ป.ป.ช.ต้องกล้าหาญตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกองค์กรตนกล้าตรวจสอบทุกระดับ เพราะเมื่อกฎหมายให้อำนาจต้องตรวจสอบได้ทุกองค์กรไม่มีข้อยกเว้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความมั่นใจจะได้รับการพิจารณาสรรหาหรือไม่ นายชำนาญกล่าวว่าจากประสบการณ์เเละความรู้ของตนคิดว่าน่าจะได้รับความน่าเชื่อถือให้เข้ามาทำหน้าที่สำคัญตรงนี้ในการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ ช่วงชีวิตที่ผ่านมาเห็นอะไรมามากผ่านประสบการณ์ตรวจสอบมาตั้งเเต่เป็นหนุ่มจนคิดว่าไม่น่าจะยาก
เมื่อถามต่อว่าก่อนหน้านี้เคยมีข้อพิพาทฟ้องร้องกับระดับบิ๊กข้าราชการจะเป็นปัญหาเรื่องคุณสมบัติหรือไม่ นายชำนาญ กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน ตนตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองมาเเล้วเรื่องข้อพิพาทก่อนหน้านี้สามารถชี้เเจงได้หมดในใบสมัครของตนมีรายละเอียดครบถ้วนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ส่วนที่ได้หมายเลข7 ก็เป็นไปตามลำดับการรับสมัคร
“หลังจากสมัครเข้ารับการสรรหา เป็นกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว ต้องมีการประกาศรายชื่อผู้สมัคร เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคล สามารถคัดค้าน การเข้ารับการสรรหา กรรมการ ป.ป.ช. โดยส่วนตัว ยินดีที่จะให้บุคคลคัดค้าน เพราะสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง”อดีตปธ.เเผนกคดีในศาลฎีกากล่าวย้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายชำนาญ เคยถูกยื่นถอดถอนจากตำเเหน่ง ก.ต. ชั้นศาลฎีกา ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 42 เเละมีข้อพิพาทฟ้องคดีกับผู้พิพากษาระดับสูงในศาลยุติธรรมหลายครั้ง

