พบนั่งร้าน”วัน แบงค็อก”พังแบบโดมิโนไม่ใช่ถล่มทีเดียว สภาวิศวกรตั้งทีมหาสาเหตุ

18.02.22 | 17:04 น.

พบนั่งร้าน”วัน แบงค็อก”พังแบบโดมิโน ไม่ใช่ถล่มทีเดียว อุปกรณ์อาจชำรุด หรือรับน.น.ได้น้อยกว่าควรจะเป็น สภาวิศวกรร่วมวิศวกรรมสถาน-กรมโยธาฯ ตั้งทีมหาสาเหตุ


เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมสภาวิศวกร สภาวิศวกร ซอยรามคำแหง39 (เทพลีลา) เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธุ์ นายกสภาวิศวกร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ เอนก ศิริพานิชกร ประธานคณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติจากอาคารถล่ม สภาวิศวกร, นายสินิทธิ์ บุญสิทธิ์ ผอ.สำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย, นายจีระศักดิ์ ปราชญ์โกสินทร์ เลขาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแถลงข่าว กรณีนั่งร้านไซต์งานก่อสร้าง โครงการ วัน แบงค็อก ถล่มทับคนงานดับ3 ราย

รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะบุตร กล่าวว่า จากกรณีโครงสร้างค้ำยัน ซึ่งเป็นโครงสร้างชั่วคราวสำหรับรองรับแบบหล่อคอนกรีตภายในโครงการก่อสร้าง วัน แบงค็อก ถนนพระราม 4 พังถล่มนั้น สภาวิศวกร ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของวิศวกร และผู้ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ได้ดำเนินงานจัดอบรมวิชาการ เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ดำเนินการจัดตั้ง คณะทำงาน ร่วมวิเคราะห์สาเหตุความเสียหายโดยละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันเหตุล่วงหน้า และลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีแผนดำเนินการจัดอบรมให้คำแนะนำ เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการออกแบบ และติดตั้งนั่งร้านภายในโครงการก่อสร้างอีกด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะบุตร กล่าวอีกว่า สภาวิศวกรมีหน้าที่กำกับดูแล การดำเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมให้ถูกต้อง ตามมาตรฐานและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และมีขั้นตอน กระบวนการ และวิธีการในการไต่สวนวิศวกรที่เกี่ยวข้อง หากปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ ทางสภาวิศวกรจะดำเนินการลงโทษตามบทกำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิดต่อไป

Advertisement

ด้านรองศาสตราจารย์ เอนก กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายร่วมกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง และ วสท. เบื้องต้นพบว่าบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างได้มีการออกแบบและติดตั้งนั่งร้านตามมาตรฐาน มีการใช้เทคโนโลยีระบบนั่งร้านค้ำยันลิ่มล็อค ที่ช่วยยึดข้อต่อส่วนต่างๆ ของนั่งร้านได้อย่างมั่นคง ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างส่วนวิศวกรที่ควบคุมงานก็มีใบอนุญาตถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ภายหลังเกิดเหตุ ได้รับการประสานงานจากสำนักงานควบคุมอาคาร กทม. ทำการกั้นพื้นที่ก่อสร้าง ห้ามบุคคลภายนอกเข้าบริเวณดังกล่าว และร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมดำเนินการรื้อถอนโครงสร้างที่เสียหายตามมาตรฐานที่กรมโยธาฯ กำหนดตามลำดับ ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร เสนอมาตรการแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อสร้างความมั่นใจและจะได้รับอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างต่อ

รองศาสตราจารย์ เอนก กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบโครงสร้างนั่งร้านดังกล่าวไม่ได้ถล่มในแนวดิ่งแต่เป็นการไหลแบบโดมิโน มีการพังลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่อาคารถล่ม เพราะนั่งร้านจัดเป็นโครงสร้างชั่วคราว ส่วนสาเหตุนั้น อาจเกิดจากอุปกรณ์หรือข้อต่อ ชำรุด โก่งตัว ทำให้รับน้ำหนักได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น หลังจากนี้จะวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ มาตรฐานความปลอดภัยของนั่งร้าน จะต้องเป็นไปตามอัตราส่วนความปลอดภัยตามคู่มือของกรมโยธาธิการและผังเมือง เช่น ต้องคงทนแข็งแรง มีระยะความสูงที่ได้มาตรฐาน มีการยึดโยงข้อต่อที่ครบถ้วน มีคานหรือเสารับน้ำหนักที่ผ่านการคำนวณตามมาตรฐาน

ขณะที่ นายสินิทธิ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เป็นผู้บังคับใช้กฏหมายโดยตรงคือ กทม. ส่วนกรมโยธาธิการฯ มีหน้าที่ออกข้อกำหนดให้ปฏิบัติตาม โดยนั่งร้านมี 3 ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย คือก่อนการติดตั้ง ,ระหว่างการติดตั้ง และ การตรวจสอบสภาพระหว่างใช้งาน สำหรับมาตรฐานการติดตั้งนั่งร้านในงานก่อสร้างตามคู่มือของกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น นั่งร้านและค้ำยันที่ใช้รับน้ำหนักส่วนต่างๆ ของอาคาร สำหรับการก่อสร้างอาคารสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป หรือที่มีความสูงของนั่งร้านและค้ำยันตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้ดำเนินการต้องยื่นแผนผังบริเวณแบบแปลน, รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของนั่งร้านและค้ำยัน ซึ่งออกแบบและคำนวณโดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิศวกรต่อเจ้าหนักงานท้องถิ่น เพื่อเป็นหลักฐานก่อน จึงจะก่อสร้างนั่งร้านและค้ำยันดังกล่าวได้

ด้าน นายจีระศักดิ์ กล่าวว่า จากเหตุดังกล่าว วสท. ได้ศึกษาสาเหตุและวิเคราะห์ด้านวิศวกรรมอย่างละเอียดต่อไป เพื่อทำให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง และสามารถนำมาเป็นบทเรียน ให้ทุกฝ่ายได้ทบทวนขั้นตอนวิธีการก่อสร้าง ว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม วสท. ได้จัดทำมาตรฐานการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากสภาวิศวกร เพื่อใช้งานเป็นแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง เล่ม 1 ความปลอดภัยในเรื่องการจัดการทั่วไป และ มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง เล่ม 2 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือและเครื่องจักร