ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ชาวนาในพื้นที่ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนกว่า 300 คน รวมตัวกันรื้อถอนท่อส่งน้ำเกินขนาด 2 นิ้วทั้งหมด จำนวนมากกว่า 25 เส้น ซึ่งนายทุนสวนส้มแอบดำเนินการลักลอบทำขึ้น เพื่อดักลักน้ำด้านบนของลำห้วยแม่สาวเข้าไปใช้ในสวนส้ม สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวนาในพื้นที่ซึ่งต้องใช้น้ำเพื่อการปลูกข้าวมากกว่า 7,000 ไร่
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 โดยตัวแทนชาวนาในพื้นที่ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย เข้าร้องเรียนต่อนายฉลวย พ่วงพลับ นายอำเภอแม่อาย และหัวหน้าส่วนราชการ ถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยขอให้ทางเจ้าของสวนส้มแก้ปัญหาด้วยการใช้ท่อไม่เกิน 2 นิ้ว แต่เวลาผ่านไปกว่า 6 เดือน กลับไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านจึงรวมตัวกันลงมือรื้อถอนท่อส่งน้ำดังกล่าวด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า ในพื้นที่มีนายทุนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และป่าอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก เพื่อทำสวนส้มจำนวนมาก เป็นการทำลายป่าต้นลำธาร แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถดำเนินการกับผู้กระทำความผิดได้

นายสมชาย สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สาว กล่าวว่า ตัวแทนและชาวนาทั้งหมดจะเดินทางมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้เกิดความยุติธรรม เนื่องจากการบุกรุกทำลายป่าเพื่อปลูกส้มไม่มีส่วนราชการใดแก้ปัญหาได้ เพราะเกรงกลัวอิทธิพล จนปัญหาลุกลามมาถึงการละเมิดกฎกติกาการใช้น้ำร่วมกันของชาวบ้าน ทั้งที่ชาวนาเสียภาษีที่ดิน แต่นายทุนสวนส้มไม่ได้เสียภาษีและยังทำลายป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ หากปล่อยให้เรื่องบานปลายหวั่นใจว่าจะเกิดเรื่องลุกลามถึงขั้นทำร้ายกันขึ้นเหมือนในอดีต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะเกิดเหตุมีนายศราวุฒิ นามมนตรี ปลัดอำเภอแม่อาย พร้อมนายทหารจากกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่อาย ตำรวจตระเวนชายแดน 334 พร้อมกำลังฝ่ายปกครองและท้องถิ่นเข้าสังเกตการณ์ เพื่อไม่ให้ชาวนาบุกรุกเข้าไปทำลายสวนส้มของนายทุนที่อยู่ใกล้เคียง


