สธ.รับลูก ครม. ต่อเวลารักษาโควิดฟรีทุก รพ.รัฐ-เอกชน

22.02.22 | 14:48 น.

สธ.รับลูก ครม. ต่อเวลารักษาโควิดฟรีทุก รพ.รัฐ-เอกชน

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยระหว่างแถลงชี้แจงแนวทางการรักษาและเบิกจ่ายเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ระบบยูเซ็ป พลัส (UCEP Plus) ว่า

ตามที่ สธ.เตรียมการดีเดย์ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ เพื่อปรับระบบการบริการให้ผู้ป่วยโควิด-19 ไปใช้การรักษาตามสิทธิสุขภาพของแต่ละบุคคล และเตรียมประกาศยูเซ็ป โควิด-19 พลัส (UCEP Covid-19 Plus) โดยให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำหนดเกณฑ์ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการสีเหลืองและสีแดง เพื่อให้ใช้บริการได้ทุกที่ ฟรีทุกสิทธิในสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน

“ในวันนี้มีการนำเรื่องอัตราที่จะจ่ายค่าบริการให้สถานพยาบาลเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบ โดยวันนี้ ครม.ให้ความเห็น มอบให้ สธ.ทบทวนเรื่องกระบวนการและเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะกระบวนการติดต่อการรักษา ช่องทางต่างๆ รวมถึงเรื่องยูเซ็ป โควิด-19 พลัส ในอนาคต และการปรับระบบการรักษาที่บ้าน (Home Isolation: HI) ให้กระบวนการมีความคล่องตัว และการทำความเข้าใจกับประชาชน วันนี้ ครม.จึงยังไม่มีมติใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่ง สธ.ได้รับเรื่องนี้มาเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ทำความเข้าใจกับสถานพยาบาลและทบทวนกระบวนการต่างๆ” นพ.ธเรศกล่าว

นพ.ธเรศกล่าวว่า กรอบเวลาที่จะใช้ทบทวน ก็จะต้องนำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอต่อไป ส่วนเรื่องการประกาศยกเลิกกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินกรณีการติดเชื้อโควิด-19 ทาง ครม.ให้ สธ.ดำเนินการทบทวนให้สอดคล้องกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ก่อนหน้านี้ประกาศว่าให้โควิด-19 ออกจากโรคฉุกเฉิน มีการลงนามไปแล้วนั้น นพ.ธเรศกล่าวว่า ยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทาง ครม.จึงให้นำมาพิจารณาทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องของภาคประชาชน จึงขอให้ สธ.รับไปเพื่อทบทวนเรื่องการสื่อสาร และกระบวนการทั้งหมด โควิด-19 จึงยังเป็นโรคฉุกเฉิน รักษาฟรีได้ทุกสิทธิ รพ.เอกชน จะปฏิเสธไม่ได้

Advertisement

“โดยสรุปคือ ตอนนี้ระบบการดูแลยังเป็นยูเซ็ป โควิด-19 (UCEP covid-19) เหมือนเดิม ซึ่งต้องไปดูแลกระบวนการดูแลผู้ป่วยเพิ่มเติมขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องมีการพัฒนาช่องทางการติดต่อเพื่อเข้าระบบ 1330 หรือการเข้า Line official ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อีกประเด็นคือ ดูแลระบบการรับส่งผู้ป่วย คำถามถึงฮอสปิเทล (Hospitel) ว่าเหลือหรือไม่ ต้องเน้นย้ำว่า ฮอสปิเทลเป็นกระบวนการหนึ่งที่ สบส.ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ เพื่อออกประกาศสถานพยาบาลชั่วคราว ในการปรับปรุงโรงแรมและทำงานร่วมกับโรงพยาบาล (รพ.) ขณะนี้ยังมีฮอสปิเทลที่ให้บริการถึง 200 แห่ง รวม 3.6 หมื่นเตียง ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้งของภาครัฐและเอกชน ที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อย ซึ่งมีอัตราเข้าพักร้อยละ 30”  นพ.ธเรศกล่าว

เมื่อถามถึงกรณี รพ.เอกชนปฏิเสธการรับผู้ป่วย นพ.ธเรศกล่าวว่า ขณะนี้กลไกของยูเซ็ป โควิด-19 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ดังนั้น ผู้ป่วยโควิด-19 ทุกรายยังถือเป็นโรคฉุกเฉิน สถานพยาบาลต้องให้การดูแล และไม่สามารถปฏิเสธได้ ซึ่งหากทางสถานพยาบาลไม่มีศักยภาพในการดูแลหรือไม่มีเตียง ต้องส่งต่อผู้ป่วย และย้ำว่าไม่สามารถเรียกเก็บเงินมัดจำได้ ซึ่งจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ

นพ.ธเรศกล่าวว่า ในเรื่องของการรักษา ยึดหลักการตรวจด้วย ATK หากพบว่าผลเป็นบวก สามารถดูแลในสถานพยาบาล ซึ่งรวมถึง HI/CI ด้วย ดังนั้น หากบริษัทประกันต้องการผล RT-PCR ต้องเรียนว่า สบส.แจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ทบทวนเรื่องนี้กับบริษัทประกันแล้ว