ผบช.น.แถลงจับ 4 คดีรวด ยึดยาเสพติด-อาวุธปืนเถื่อน-แผ่นป้ายทะเบียนปลอมอื้อ เร่งขยายหาความเชื่อมโยง
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. และ พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3 ร่วมกันแถลงข่าว
คดีแรก ว่าที่ พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2, จับกุมนายแจ๊ค พร้อมพวกรวม 4 คน บริเวณ กม.ที่ 239 ถนน สระบุรี-หล่มสัก ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 1,056 กิโลกรัม รถยนต์ 2 คัน แผ่นป้ายทะเบียนรถ 4 แผ่น โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาแท่ง) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”
พล.ต.ต.อรรถพลกล่าวว่า ก่อนจับกุมรับแจ้งจากสายลับว่านายแจ๊ค ร่วมกับพวกใช้รถตู้ฮุนได เฮช 1 สีเทา, รถยนต์ซูซูกิ และรถยนต์ซึ่งยังไม่ทราบยี่ห้อและรุ่นอีกหลายคัน ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาซุกซ่อนในพื้นที่เขตสายไหม กทม.เพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงตามคำสั่งนายทุน พ.ต.อ.อัครพลนำกำลังลงพื้นที่สืบสวนพบว่านายแจ๊คกับพวกมีที่พักอาศัยอยู่ที่เคหะออเงิน แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม.จึงติดตามพฤติกรรมจนทราบแน่ชัดว่านายแจ๊ค กับพวก ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจริง ต่อมานายแจ๊ค กับพวกขับรถออกจาก กทม.ไปยังจังหวัดนครพนม จนกระทั่งวันที่ 24 ก.พ.ขับรถกลับเข้ามา และจอดที่ปั๊มน้ำมันสาขาโนนทอง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงเข้าจับกุม แต่รถยนต์ฮุนได เฮช 1 หนีการจับกุมก่อนถูกตามจับที่ บริเวณดังกล่าวตรวจค้นพบของกลางกัญชาอัดแท่งอยู่ภายในรถตู้คันดังกล่าวมีการดัดแปลงสภาพโดยนำเบาะโดยสารออกทั้งหมดเพื่อใช้ในการลำเลียงยาเสพติด จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่สอง พล.ต.ต.นิธิธร แถลง พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3 พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ ผกก.สส.บก.น.3 และ พ.ต.ท.พฤทธิพงศ์ พรหมเต็ม รอง ผกก.สส.บก.น.3 หน.ชปส.บก.น.3 จับกุม น.ส.นฤมล หรือสาว อายุ 30 ปี นายศสิกร หรือแบงค์ อายุ 28 ปี และนายธวัชชัย หรืออ๊อฟ อายุ 33 ปี ที่อาคารจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมกลางยาไอซ์ 15 กิโลกรัม และเคตามีน 3 กิโลกรัม โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน)ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย”
พล.ต.ต.พลฑิตกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขยายผลและสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสามลักลอบขนและจำหน่ายแพร่กระจายยาเสพติด ซึ่งจะนำยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนไว้ที่คอนโดดังกล่าว โดยจะใช้รถยนต์ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1ขท 7264 กรุงเทพมหานคร, รถยนต์ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1ขธ 3641 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กฉ 7275 ภูเก็ต เป็นยานพาหนะในการขนส่งยาเสพติด ตำรวจชุดจับกุมเฝ้าสังเกตเพื่อทำการจับกุมและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามพร้อมของกลางยาไอซ์และเคตามีนได้ดังกล่าว
รายที่สาม พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จับกุมนายพิชิต อายุ 47 ปี ได้ภายในบ้านเลขที่ 82/93 หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลาง 11 รายการ ประกอบด้วยอาวุธปืน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 64 นัด, ลำกล้องปืน 837 ลำกล้อง โดยกล่าวหาว่า 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ทำ ประกอบ เปลี่ยนลักษณะ มี หรือจำหน่าย ซึ่งส่วนประกอบของอาวุธปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าวว่า ก่อนจับกุมสืบสวนและเฝ้าติดตามพฤติกรรมของขบวนการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและส่วนควบอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ จนทราบว่านายพิชิต ใช้บ้านเลขที่ดังกล่าว ตั้งเป็นโรงงานในการผลิตชิ้นส่วนลำกล้องปืนและส่วนควบของอาวุธปืน และจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจค้นพบว่าภายในมีลักษณะทำเป็นโรงงานในการผลิตอาวุธปืนมีอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้สำหรับดัดแปลงลำกล้องปืนขนาดใหญ่ และสามารถตรวจยึดอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ กระสุนปืน และเครื่องมือในการผลิตได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น
พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าวว่า สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าดัดแปลงส่วนควบอาวุธปืน ขายให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์จริง ใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์ในการจำหน่ายว่า GRS โดยความรู้ที่ใช้ในการผลิตได้มาจากการศึกษาผ่าน Youtube และทดลองทำฝึกฝนมาจนเกิดความชำนาญ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ได้กำไรจากการขายประมาณเดือนละ 50,000-80,000 บาท มีเงินหมุนเวียนจากการผลิตและขาย ปืน ลำกล้องปืน ประมาณ 5 ล้านบาท จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์
คดีที่สี่ พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.พุฒิพัฒน์ โกยมวงษ์เจริญ สว.งานสายตรวจ กก.สายตรวจ บก.สปพ. จับกุมนายประนอม (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี สัญชาติไทย ได้ที่อาคารพาณิชย์ 511/524 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 37 แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. พร้อมของกลางทะเบียนป้ายแดง 74 แผ่น สมุดคู่มือประจำรถ 4 เล่ม แท่นปั๊มทะเบียน 1 ตัว แผ่นอะลูมิเนียมสำหรับปั๊มป้ายทะเบียน 80 แผ่นและอื่นๆ รวม 14 รายการ โดยกล่าวหาว่า “ปลอมเอกสารราชการ”
พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าวว่า ตำรวจ บก.สปพ.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีผู้ลักลอบทำทะเบียนป้ายแดงปลอมจำหน่ายทางออนไลน์อย่างแพร่หลาย และในขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางบกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อสั่งซื้อป้ายแดงที่มีการประกาศขายทางออนไลน์ เนื่องจากเป็นป้ายทะเบียนที่มิได้ออกโดยกรมการขนส่งทางบก หากเป็นป้ายแดงที่ถูกต้องนั้นจะต้องอยู่ในความครอบครองของบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายป้ายแดงเท่านั้น ไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนให้กับผู้หนึ่งผู้ใดได้ การนำไปติดที่รถจะมีความผิดตามกฎหมายอาญา จากการสืบสวนทราบว่านายประนอม เป็นผู้รับทำแผ่นป้ายทะเบียนปลอม จากลูกค้าที่สั่งทางออนไลน์และทางโทรศัพท์ โดยพักอาศัยอยู่อาคารดังกล่าวจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้น ศาลอาญาตลิ่งชันเข้าตรวจค้นพบนายประนอม เป็นผู้อยู่อาศัยและเป็นผู้ดูแลอาคาร และรับสารภาพว่าเมื่อก่อนทำงานเป็นช่างอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำให้มีความรู้เกี่ยวกับงานช่าง ภายหลังลาออกจากงานจึงหาอาชีพเสริมทำ โดยการรับจ้างทำทะเบียนป้ายแดงและลูกค้าส่วนใหญ่จะทำอาชีพเป็นเซลส์ขายรถยนต์ตามบริษัทจำหน่ายรถยนต์ต่างๆ จะทำการสั่งป้ายแดง ทางโทรศัพท์และทางออนไลน์เพื่อส่งให้ลูกค้านำไปใช้กับรถยนต์ที่ซื้อใหม่ไปพลางๆ ก่อนที่บริษัทกำลังดำเนินการจดทะเบียนให้ลูกค้า เมื่อทำแล้วเสร็จจึงนำส่งให้ลูกค้าผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งไปยังลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ ทั้งนี้ จะสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น กับการกระทำความผิดต่อไป

