ตุลาการ-อัยการ-ทนาย รุมค้านชะลอฟ้อง ชี้มีช่องโหว่-เหลื่อมล้ำ

13.10.16 | 19:32 น.

เมื่อเวลา13.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายอุดม รัฐอมฤต คณบดีนิติศาสตร์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม หัวข้อเรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ทางออกหรือปัญหา ?” มีนายชาติชาย อัครวิบูลย์ รองประธานศาลฎีกา ร.ต.ท.อุทัย อาทิเวช อัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน อดีตผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ นายณรงค์ ใจหาญ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรร่วมสัมมนา โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่นิติกร และนักศึกษาร่วม 100 คนให้ความสนใจร่วมฟังการบรรยาย


โดย ร.ต.ท.อุทัย กล่าวว่า เคยมีการพูดคุย การจำคุกระยะสั้นไม่ควรทำ เพราะจะเป็นชนักติดหลัง จนเป็นแนวความคิดเรื่องชะลอการฟ้อง แต่อำนาจอัยการไม่มีเลย มีเพียงแค่การทำคำสั่งรับรองการกระทำและความเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการไกล่เกลี่ยส่วนแรก ตามร่าง พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาที่กระทรวงยุติธรรมเสนอร่าง ต่างจากอำนาจของอัยการในร่างชะลอฟ้องครั้งแรกที่เคยเสนอ ปี 2523 จริงๆ แล้วตอนนี้อัยการไม่จำเป็นต้องใช้แล้วเรื่องกฎหมายชะลอฟ้อง ร่างกฎหมายปัจจุบันเหมือนเอาหลายๆส่วนมารวมกันแล้ว เป็นเหมือนหัวมงกุฏท้ายมังกร กลายเป็นกฎหมายเป็นแบบไทยๆ เอาอำนาจมารวมกัน และพอมีปัญหาก็มาโยนให้อัยการ แล้วมาทะเลาะกันเพื่อแย่งอำนาจ ทั้งที่จริงตอนนี้อัยการมีกฎหมายก้าวหน้าพอ ที่อัยการจะดำเนินการทางคดีได้อยู่แล้ว ดังนั้นจะมี หรือไม่มีกฎหมายนี้ที่กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอก็ได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นกับรัฐบาลจะเอาแบบไหน

ด้านนายชาติชาย กล่าวว่า อย่างคดีรถเฟอร์รารี่ชนตำรวจตาย ปัจจุบันยังไม่ได้ฟ้องความผิดในคดีนี้ ซึ่งความผิดก็ยังมีข้อหาอื่นด้วยนอกจากความผิดขับรถประมาท คดีลักษณะเเบบนี้สมควรจะต้องเข้าข่ายตามร่างกฎหมายนี้หรือไม่ ขณะที่ล่าสุดคดีขับรถเบนซ์ ชนรถฟอร์ดตาย 2 ศพนั้น ถ้ามีกฎหมายชะลอฟ้องแล้ว จะมองคดีอย่างไร จะเกินกว่าความประมาทหรือไม่ หรือเล็งเห็นผล หากมีการชะลอฟ้อง ใครจะเป็นคนกำหนดตรวจสอบ จะมีการเเปลโทษจากหนักเป็นเบาหรือไม่ เราต้องมองผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนด้วย นอกจากนี้ความผิดอื่นอย่าง พ.ร.บ.ศุลกากรที่กฎหมายให้ปรับ 4 เท่าก็จะเข้าสู่ร่างกฎหมายชะลอฟ้องด้วย ถ้าเจอคดีที่มีการฉ้อโกง หรือนำเข้าของเลี่ยงภาษีจำนวนมหาศาลจะต้องถูกตัดออกจากระบบ เพราะกฎหมายนี้ด้วยหรือไม่

รองประธานศาลฎีกา กล่าวต่อว่า กฎหมายมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีที่สามารถรอลงอาญาได้ มีมากถึง 170 มาตราแล้วจะใช้อย่างไร ที่อ้างถึงต่างประเทศว่าใช้การชะลอฟ้องเหมือนกัน เขามีใช้แต่ไม่พร่ำเพรื่อ และต่างประเทศเริ่มจากคดีเยาวชน ไม่ใช่ยกมาทั้งขบวนเหมือนของเราของต่างประเทศจะมีระบบที่เข้มเเข็ง กฎหมายนี้ยังน่าคิดด้วยว่าตัดสิทธิการตรวจสอบ อย่างศาลถ้าสั่งรอลงอาญา อัยการยังยื่นอุทธรณ์และฎีกาได้ หรือถ้าไม่รอลงอาญา คู่ความยังอุทธรณ์ได้ แต่ตามร่างชะลอฟ้อง หากอัยการใช้อำนาจสั่งแล้วคู่ความอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ แถมยังตัดสิทธิ์เขาในการฟ้องอีก ขณะที่ร่างระบุว่าให้อัยการสูงสุดตรวจสอบนั้น ไม่ใช่ แต่เหมือนเป็นการกำกับดูแลภายในการใช้อำนาจมากกว่า ครั้งแรกคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษ ให้ความเห็นเรื่องการตรวจสอบไว้ 2 รูปแบบ คือ การให้อำนาจศาล กับการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง แต่เมื่อร่างออกมากลับไม่มีส่วนนี้ แต่เขียนเพียงให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบเป็นการภายใน โดยในทางปฏิบัติอัยการสูงสุด มีหน้าที่พิจารณาคดีจาก ป.ป.ช.เยอะอยู่เเล้ว คนที่พิจารณาสำนวนจริงจะเป็นอธิบดีอัยการที่ได้รับมอบอำนาจจากอัยการสูงสุดการกำกับดูแลสายงานเดียวกันเป็นเรื่องลำบาก ดังนั้นกฎหมายเขียนแล้วต้องปฏิบัติได้ ไม่ได้ทำให้เกิดช่องว่าง อย่างเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงหากพนักงานสอบสวนสั่งเข้ากระบวนการเเละตัดสิทธิการฟ้องเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าหากผู้เสียหายมีการฟ้องคดีเองมันเป็นการบอกไปในตัวว่าการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ เเต่กลับไปเขียนกฎหมายตัดสิทธิห้ามฟ้องคดีเองไม่พอยังเป็นการตัดสิทธิศาลในการรับคดีเปรียบเสมือนการใช้อำนาจบริหารมาสั่งตุลาการ

Advertisement

“ร่าง พ.ร.บ.นี้ เหมือนถนนเลี่ยงเมืองเป็นความคิดโบราณ ที่บอกว่านักโทษล้นคุก ต้องดูว่าข้อเท็จจริงมีนักโทษ 2 อย่าง คือศาลตัดสินเเล้ว เเละในชั้นที่ไม่ได้ประกันตัวในชั้นอัยการ ถ้าคดีอัยการสอบเสร็จครบถ้วนเร็ว ฟ้องเร็ว การตัดสินก็จะเร็ว ก็จะเหลือนักโทษที่รอตัดสิน เรื่องการประกันตัวในชั้นศาลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เเต่มีระบบตรวจสอบเข้มเเข็ง มีการไล่ออกผู้พิพากษาในเรื่องการใช้ดุลพินิจเรื่องประกันมาเเล้ว ” รองประธานศาลฎีกา กล่าว

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ กล่าวว่า ในร่างกฎหมายนี้เกรงว่าจะเกิดปัญหา เพราะปกติพนักงานสอบสวน มีอำนาจจับกุมและสอบสวนเเล้วจะต้องให้มีอำนาจไกล่เกลี่ยด้วย เเบบนี้อะไรจะเป็นหลักประกัน หากประชาชนไม่รู้กฎหมายอาจโดนกระทำด้วยการเเจ้งข้อหาหนักหรือเบา ทำให้ไม่เเน่ใจที่ผู้ต้องหายอมรับสารภาพเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่

ขณะที่นายณรงค์ กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า แม้ญี่ปุ่น สหรัฐ ให้อำนาจอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีได้ แต่มีกระบวนการที่รัดกุมในการใช้อำนาจ อย่างในยุโรป การใช้อำนาจชะลอฟ้องโดยสั่งคุมประพฤติให้ศาลตรวจสอบได้ ซการที่กฤษฎีกาเสนอให้มีคณะกรรมการอีกชุด ทำให้มีมากกว่าอัยการสูงสุดตรวจสอบการใช้อำนาจย่อมจะดีกว่า ในร่างกฎหมายที่ปรากฏขณะนี้ไม่มีระบุว่าให้ศาลตรวจสอบ

“ร่างนี้ถ้าเพียงให้มีขั้นตอนการตรวจสอบในขั้นตอนอัยการด้วยจะดีมาก” อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ระบุ

ขณะที่ระหว่างการสัมมนา นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้นำเอกสารความคิดเห็นของนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เเละนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาเเละกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา มาเผยเเพร่

โดยนายศรีอัมพร กล่าวว่า คงมีใครไปบอกรัฐบาลว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนให้เกิดการปรองดองหรือไม่ ครม. จึงรีบร้อนพิจารณาลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ตนเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายชิ้นโบว์ดำของรัฐบาลนี้ ที่ตอกย้ำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากยิ่งขึ้น เศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพลตกเป็นผู้ต้องหาสามารถเอาเงินชดใช้ค่าเสียหายหรือบีบบังคับให้ผู้เสียหายยินยอมรับการชดใช้ค่าเสียหาย เพื่อให้มีการสั่งชะลอการฟ้องยุติคดีอาญา แต่คนยากจนที่ตกเป็นผู้ต้องหา ไม่มีเงินชดใช้ค่าเสียหายต้องถูกดำเนินคดีอาญา ตนเคยได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องคดีรถเบนซ์ว่า จะไม่ยอมให้คุกมีไว้ขังคนจนกับหมา แต่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีอาจเป็นเพียงความฝัน

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ประธานศาลฎีกาเคยมีหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี และท่านประธานสนช. แสดงความคิดเห็นคัดค้านร่างพ.ร.บ มาตการแทนการฟ้องคดีไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ผู้เกี่ยวข้อง กับการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ยังคง ดำเนินการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ สำนักงานยุติธรรมจึงมีโครงการที่จะจัดประชุมสัมนาผู้พิพากษาในระดับต่างๆ ในเร็ววันนี้ เพื่อระดมความคิดเห็นของผู้พิพากษาทั่วประเทศ ที่มีต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบเหตุผลในการคัดค้านของศาลยุติธรรมในโอกาสต่อไป