อัยการไทยโชว์ผลงานประสานทางการแคนาดารวบ ‘เเมทธิว’ คนร้ายชาวเเคนาดา ยิงนักท่องเที่ยวที่ภูเก็ตได้อย่างรวดเร็ว รอขั้นตอนส่งกลับมาดำเนินคดีไทย เผยเป็นความร่วมมือมิติใหม่หลายหน่วยงาน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ชั้น 2 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายจิตภัทร พุ่มหิรัญ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ และนางอินทรานี สุมาวงศ์ อัยการอาวุโส สำนักงานต่างประเทศ ได้ร่วมกันแถลงข่าว เรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนคดีที่คนร้ายได้ร่วมกันยิงนายจิมมี่ ซานดู(Jimi SANDHU) เสียชีวิตที่จังหวัดภูเก็ต
นายประยุทธ กล่าวว่า เกี่ยวกับคดีดังกล่าวเหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา ประมาณ 22.30 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายชาวต่างชาติ 2 คนใช้อาวุธปืนยิงนายจิมมี่ ซานดู ชาวต่างชาติเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณหน้าวิลล่า A (ริมหาด) The Beachfront Hotel Phuket หมู่ที่ 5 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนจังหวัดภูเก็ต พบว่านายเเมทธิว ดูปรี (Matthew DUPRE )เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในคดีนี้ร่วมกับผู้ต้องหาคนอื่น ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรฉลอง ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ศาลจังหวัดภูเก็ตได้ออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมกับผู้ต้องหาอื่น ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนและยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน” โดยจากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ผู้ต้องหาได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ปลายทางประเทศแคนาดาและจากการประสานตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางถึงประเทศแคนาดาแล้ว
นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 (เวลา 17.00 น.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองการต่างประเทศ ได้ส่งเรื่องมายังสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมหมายจับผู้ต้องหาเพื่อขอให้อัยการสูงสุด ในฐานะอัยการสูงสุดเป็นผู้ประสานงานกลาง ตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 และอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ และคณะพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ดำเนินการร้องขอทางการแคนาดาให้จับกุมและส่งผู้ร้ายข้ามแดนผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับเรื่องแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญกระทำการอุกฉกรรจ์และเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงได้ดำเนินการโดยเร่งด่วน
ในวันเดียวกัน คือ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 22.30 น. โดยประชุมกับพนักงานอัยการแคนาดา ฝ่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดน กระทรวงยุติธรรม ผู้ประสานงานกลางของแคนาดา (ผ่านการแนะนำและประสานงานของเครือข่ายสากลระดับโลก ในการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (GPTOC) ของสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC)) เพื่อหารือในรายละเอียดการจัดทำคำร้องขอให้ทางการแคนาดาจับกุมชั่วคราว (Provisional Arrest) ผู้ต้องหาโดยเร่งด่วน ตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันในระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษ ร.ศ. 129 (พ.ศ. 2454) ซึ่งประเทศแคนาดาสืบสิทธิจากสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ ได้ประชุมหารือกับพนักงานอัยการแคนาดาต่อเนื่องในประเด็นการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อจัดทำคำร้องขอจับกุมชั่วคราวและพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศเจ้าของสำนวน ได้เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อประสานงานกับพนักงานสอบสวนตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและพยานหลักฐานเพื่อบรรยายในคำร้องขอของไทยให้พนักงานอัยการแคนาดาสามารถยื่นคำร้องขอออกหมายจับตามกฎหมายแคนาดาได้
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 อัยการสูงสุด ผู้ประสานงานกลาง ได้อนุมัติให้ส่งคำร้องขอจับกุมชั่วคราวผู้ต้องหาไปยังทางการแคนาดา สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ส่งคำร้องขอจับกุมชั่วคราวไปยังทางการแคนาดา
ต่อมาอัยการสูงสุดแคนาดา ผู้ประสานงานกลาง อนุมัติให้ขอหมายจับผู้ต้องหาได้ และส่งเรื่องไปยังพนักงานอัยการรัฐอัลเบอร์ต้าเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล และศาลรัฐอัลเบอร์ต้าได้ออกหมายจับนายเเมทธิว ดูปรี
วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐบาลกลางแคนาดา (Royal Canadian Mounted Police (RCMP)) จับกุมนายเเมทธิว ดูปรีได้ และนำตัวส่งศาล ขณะนี้นายนายเเมทธิว ดูปรีอยู่ในความควบคุมของศาลรัฐอัลเบอร์ต้า เมืองเอ็ดมันตัน เพื่อรอการพิจารณาคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ. 1999 ของแคนาดา ทางการไทยต้องส่งคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนเต็มรูป (Full Request) ที่มีคำสั่งฟ้องของพนักงานอัยการในข้อหาและตัวบทกฎหมายที่ชัดเจนส่งไปพร้อมคำร้องขอผ่านวิถีทางการทูตต่อไป
นางอินทรานี กล่าวต่อว่า การจับกุมนายเเมทธิว ดูปรีผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้ เกิดจากการประสานงานร่วมกันหลายฝ่ายอย่างรวดเร็วทั้งกลางวันกลางคืนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดต้องขอขอบคุณหน่วยงานต่างประเทศ คือ พนักงานอัยการ ฝ่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดนกระทรวงยุติธรรมแคนาดา พนักงานอัยการรัฐอัลเบอร์ต้า เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐบาลกลางแคนาดา (RCMP) และเจ้าหน้าที่ของเครือข่ายสากลระดับโลกในการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (GPTOC) ของสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หน่วยงานไทย คือ กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพนักงานสอบสวนจังหวัดภูเก็ต ที่ร่วมมือประสานงานกันอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาทำให้ศาลแคนาดาออกหมายจับผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว
นางอินทรานี ตอบคำถามถึงระยะเวลาในการนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ระยะเวลานั้นมีช่วงขอจับกุมตัวชั่วคราว ซึ่งต้องทำงานเเข่งกับเวลา บางประเทศต้องการคำสั่งฟ้อง บางประเทศใช้ของพนักงานสอบสวนก็ได้เเต่บางประเทศระบุเลยว่าต้องเป็นของพนักงานอัยการ ซึ่งประเทศปลายทางจะเเจ้งมาตรฐานของเรื่องระยะเวลา เรื่องนี้ประเทศปลายทางต้องการหลักฐาน เพื่อขอศาลในประเทศที่ทางอัยการเรายื่นเรื่องไป โดยศาลประเทศปลายทางจะดูจากคำร้องขอเเล้วจับกุมชั่วคราว
หลังจากนั้นเราจึงทำคำร้องขอของอัยการเข้าไปซึ่งกระบวนการในศาลต่างประเทศก็จะให้โอกาสผู้ต้องหามีทนายคัดค้านการส่งผู้ร้ายข้ามเเดน โดยการทำคำร้องเพื่อไต่สวนในต่างประเทศอัยการทั้งสองประเทศจะต้องประสานงานกัน เรื่องระยะเวลาขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเเต่ละคดี ซึ่งก็จะมีตั้งเเต่1-2 ปีหรืออาจจะนานกว่าอย่างคดีนายราเกซ สักเสนา คดีทุจริตฯบีบีซีใช้เวลาถึง 13 ปี ซึ่งระยะเวลาในคดีนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายเเต่ละประเทศเเต่สำนักงานอัยการสูงสุดจะทำเต็มที่ เเต่ในขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ต้องหาถูกจับกุมเเล้วตามคำขอของเรา เราทำในนามประเทศ ที่ผ่านมาเราไม่เคยผิดพลาดเรื่องระยะเวลาขอให้มั่นใจ ถ้าหากพบปัญหาเราก็จะเดินทางไปติดตามคดีดำเนินการด้วยตนเอง เราจะเอาใจใส่จนถึงที่สุด
ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งเเรกที่ประเทศเเคนาดาดำเนินการจับกุมได้รวดเร็วตามคำร้องขอของอัยการประเทศไทย ถือเป็นเรื่องที่ที่ดีเป็นเรื่องสำคัญที่มองเห็นถึงภาพความร่วมมือต่อไปของหลายหน่วยงาน
นายจุมพล ยังตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือ ว่าทางการแคนาดาให้ข้อมูลมาบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และหากจับตัวได้ก็จะเข้าสู่กระบวนการเช่นเดียวกับผู้ต้องหารายนี้

