หนุ่มหัวใสปลอมบัตรเครดิตรูดกดเงิน-จ่ายซื้อสินค้าแหลกกว่าสามแสนบาท

1.03.22 | 19:12 น.

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ธนิต กรปรีชา รอง ผกก.5 บก.ปอศ., ว่าที่ พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ., ร.ต.อ.จิรวัฒน์ ทองย้อย รอง สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุมนายอธิเมศ วรรณอัคราวิชต์ หรือนายกิตติ หรือยอดชาย จึงกิตติกุล อายุ 43 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1416/2564 ลง 27 สิงหาคม 2564 ในความผิดฐาน “ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อประโยชน์การชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, มีไว้เพื่อนำออกใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์การชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนน” ได้ที่ปั๊มก๊าซ ถนนสิริโสธร ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา


พ.ต.อ.ภาดลกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2558 เวลา 15.40 น. นายสมพร พงศาดิศรรัตน์ ผู้รับมอบอำนาจจากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ให้ดำเนินคดีกับนายอธิเมศ วรรณอัคราวิชต์ หรือนายกิตติ หรือยอดชาย จึงกิตติกุล ผู้ต้องหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น

 

โดยเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2558 มีบุคคลใช้ชื่อว่านายกิตติ ขอสงวนนามสกุล มาสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดธนาคารธนชาตและส่งเอกสารประกอบการสมัคร เมื่อธนาคารตรวจสอบเอกสารและติดต่อกลับเพื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้ว ธนาคารจึงอนุมัติบัตรเครดิต

Advertisement

ต่อมามีคนร้ายนำบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าและบริการรวมทั้งเบิกถอนเงินสดจำนวน 95 ครั้ง และปล่อยให้เป็นหนี้ค้างชำระทำให้ธนาคารได้รับความเสียหายเป็นจำนวนกว่าสามแสนบาท จากนั้นธนาคารฟ้องร้องนายกิตติ ผู้ถือบัตร เป็นคดีแพ่งเรื่องผิดสัญญาบัตรเครดิต เรียกให้ชำระหนี้ต่อศาลจังหวัดระยอง นายกิตติ เจ้าของบัตรปฏิเสธในชั้นศาลว่าไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตกับธนาคารมาก่อนแต่อย่างใด จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้กระทำความผิดคือนายอธิเมศ ซึ่งเปลี่ยนชื่อนามสกุลเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเจ้าของบัตร และนำข้อมูลนายกิตติ ไปใช้ในการสมัครสมาชิกบัตรเครดิต ก่อนจับกุมตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหา หลบหนีกบดานในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงเฝ้าติดตามจนกระทั่งมาพบ ปรากฏตัวบริเวณปั๊มดังกล่าว ยืนยันว่าตนเองคือบุคคลตามหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงจับกุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา