เจ้าของซุ้มไก่ร้องกองปราบ อ้างถูกแฟนเก่าส่งคนมาดักยิงเหตุกลัวแฉพฤติกรรมอุ้มบุญ-โกงชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ถนนพหลโยธิน นายวิทยา สีมานอก อายุ 37 ปี ชาว จ.เลย เจ้าของซุ้มไก่ชน และอู่ซ่อมรถยนต์ เข้าพบ ร.ต.อ.สิทธิรัตน์ อรทัย รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อแจ้งความกรณีถูกอดีตคนรักจ้างวานคนมาลอบยิง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา
นายวิทยา เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ แต่เข้าแย่งอาวุธปืนไว้ได้ ส่วนคนร้ายหลบหนีไป โดยมีพลเมืองดีพาตนส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุมีเพียงฝ่ายสืบสวน สภ.วังสะพุง มาสอบถามเรื่องราว แต่ไม่มีพนักงานสอบสวนมาที่โรงพยาบาล รวมถึงที่เกิดเหตุแต่อย่างใด จนเวลาผ่านมาเกือบ 2 เดือน ไปสอบถามเกี่ยวกับคดีดังกล่าวรับแจ้งว่าให้กลับไปก่อนแล้วเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปเอง จนถึงขณะนี้ตำรวจ สภ.วังสะพุง ยังไม่ติดต่อกลับมาเมื่อไปติดต่อขอหลักฐานจากแพทย์ที่รักษาอาการบาดเจ็บ แพทย์แจ้งว่าต้องให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้มารับ ส่วนอาวุธปืนของกลางที่ตกในที่เกิดเหตุระหว่างต่อสู้คนร้ายนั้น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นคนเก็บไว้ ตนเกรงว่าตำรวจท้องที่ไม่ทำคดีให้เนื่องจากเกรงอิทธิพลของอดีตคนรักและคนที่อยู่เบื้องหลัง จึงต้องมาพึ่งตำรวจกองปราบปราม
นายวิทยา เปิดเผยอีกว่าเชื่อว่าสาเหตุที่ถูกคนร้ายมาลอบยิงที่หน้าบ้านพัก สาเหตุจากการที่ตนไปรู้ความลับของอดีตคนรัก ที่เคยใช้ชีวิตอยู่กินกันมาสามปี ก่อนจะเลิกรากันไปเมื่อปี 2563 โดยอดีตคนรักและเพื่อนไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เคยพาแม่ของเด็กชายวัยสามเดือนคนหนึ่งขึ้นเครื่องบินจากสุวรรณภูมิไปยังประเทศจีน แต่ขากลับไม่มีเด็กกลับมาด้วย คาดว่ารับจ้างตั้งครรภ์เป็นแม่อุ้มบุญ คอยส่งเด็กทารกหลังคลอดไปให้พ่อแม่บุญธรรมชาวจีน และยังเกี่ยวข้องกับการหลอกชาวบ้านให้ไปดาวน์รถยนต์ ก่อนเอารถไปส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย เมื่อแยกทางกันแล้ว อดีตคนรักเกรงว่าตนจะเอาความลับไปบอกผู้อื่น จึงส่งคนมาลอบทำร้าย เชื่อว่าสาเหตุมาจากอดีตคนรักแน่นอน เพราะตนไม่มีเรื่องโกรธเคืองกับใครอีก
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนประสานให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. และ บก.ปคม. รับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

