เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถิติการรับแจ้งความหลังเปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ยอด 3 วัน รวมกว่า 600 คดี รวมถึงประชาสัมพันธ์การเตรียมตัวก่อนแจ้งความออนไลน์
พ.ต.อ.กฤษณะเปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน มีประชาชนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง จากการรวบรวมสถิติพบว่ามีการแจ้งความออนไลน์ในห้วง 3 วันที่เปิดให้บริการ มีการแจ้งความรวมแล้วกว่า 600 คดี จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการเปิดให้บริการของศูนย์ดังกล่าว และขอความร่วมมือให้ผู้ที่ทราบแล้วช่วยกระจายข่าวออกไปในวงกว้าง ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมถึงสิ่งที่ต้องเตรียมไว้เพื่อความรวดเร็วในการแจ้งความ ดังนี้
1.บัตรประจำตัวประชาชนควรอยู่กับตัว เนื่องจากในการลงทะเบียนจะต้องกรอกข้อมูล ทั้งหมายเลขบัตรและหมายเลขหลังบัตรประชาชนเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน
2.อีเมล์ ผู้แจ้งควรจะต้องมีอีเมล์ส่วนตัว เพราะหลังจากกรอกรายละเอียดเบื้องต้นแล้ว ระบบจะส่งรหัส OTP ผ่านทางอีเมล์เพื่อจะนำมากรอกในระบบ เพื่อยืนยันตัวตนผู้แจ้ง และจะเข้าสู่กระบวนการถัดไป
3.ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับคดี ทั้งข้อมูลส่วนตัวของผู้แจ้งและข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาเท่าที่ทราบ ได้แก่ ชื่อ นามแฝง เลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัญชีธนาคารที่ใช้ในการทำธุรกรรม ช่องทางติดต่ออื่นๆ เช่น Line Facebook Instagram Twitter เป็นต้น รวมถึงรูปแบบคำโฆษณาของเหล่ามิจฉาชีพ เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลคดีอื่นๆ ที่เคยแจ้งมาก่อน และจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบหาคนร้ายที่ทำในรูปแบบขบวนการ
พ.ต.อ.กฤษณะเปิดเผยอีกว่า หลังจากศูนย์เปิดให้บริการแล้ว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงศูนย์รับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการแจ้งความและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ง่ายขึ้น
รองโฆษก ตร.เปิดเผยว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำเพิ่มเติมก่อนจะแจ้งความในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านทางศูนย์คือ ต้องตรวจสอบดูชื่อเว็บไซต์ของทางศูนย์รับแจ้งความให้ถูกต้องครบทุกตัวอักษร โดยเว็บไซต์ของศูนย์ชื่อว่า www.thaipoliceonline.com เพื่อเป็นการป้องกันเหล่ามิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสแอบปลอมแปลงเว็บไซต์ โดยการใช้ชื่อที่คล้ายกับเว็บไซต์จริง และทางศูนย์รับแจ้งความขอให้ประชาชนเข้าไปแจ้งผ่านทางเว็บไซต์เป็นอันดับแรก เพื่อความสะดวกของประชาชนและเพื่อความรวดเร็วในการเชื่อมโยงข้อมูลคดีของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากพบข้อขัดข้องใดๆ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนหมายเลข 1441 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 08-1866-3000 ตลอด 24 ชั่วโมง

