กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ติดตามช้างบาดเจ็บ คาดเป็นช้างพิการขาติดบ่วงที่ได้รับการรักษาไปเมื่อปี 62
วันที่ 5 มีนาคม 2565 สัตวแพทย์หญิง(ส.พญ.) มัชฌมณ แก้วพฤหัสชัย หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565 หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า และผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 (ศรีราชา) มอบหมายให้ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาล ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าโป่งก้านเหลือง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เข้าติดตามและดูอาการเพื่อวางแผนและทำการรักษาช้างป่าพิการ ที่พบอยู่บริเวณซอย 9 ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ทั้งนี้ช้างป่าตัวดังกล่าวเป็นช้างป่า เพศผู้ และเป็นช้างป่าตัวเดียวกับช้างป่าที่เคยได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาหน้าขวาจากการติดบ่วงดักสัตว์ เมื่อปี พ.ศ. 2562 โดยสัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร ในครั้งนั้น
ย้อนไปเมื่อวันที่ 14–15 มีนาคม 2564 ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 (ศรีราชา) ประกอบด้วยสัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร และสัตวแพทย์หญิงมัชฌมณ แก้วพฤหัสชัย หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) ได้เข้าพื้นที่เพื่อติดตามอาการบาดเจ็บ แต่ช้างป่าไม่ปรากฏตัวให้เห็น จึงให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์เขาอ่างฤาไน ติดตั้งกล้อง N-CAPS เพื่อติดตามอาการบาดเจ็บ
จากนั้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2564 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ขสป.)เขาอ่างฤาไนว่าช้างป่าตัวดังกล่าวเดินผ่านกล้อง N-CAPS ขาหน้าขวาที่เคยโดนบ่วงดักสัตว์เกิดการอักเสบขึ้นมาใหม่ อยู่กับช้างป่าอีก 4-5 ตัว มีลักษณะการเดินทรงตัวดีขึ้น ลงน้ำหนักได้ดี เดินได้ว่องไว แต่ขาหน้าขวาผิดรูปเดินแบบช้างพิการต่อมาเมื่อวันที่ 23-25 มีนาคม 2564 พบช้างป่าตัวดังกล่าวเดินผ่านกล้อง N-CAPS สังเกตเห็นว่าลงน้ำหนักขาหน้าขวาได้ดีขึ้น ลักษณะเดินแบบขาพิการ สามารถกินอาหารในธรรมชาติได้ปกติ คณะเจ้าหน้าที่จึงเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อวางแผนทำการรักษาต่อไปหากพบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวแยกออกจากช้างป่าตัวอื่น

ล่าสุดเมื่อวันนี้ 4 มีนาคมที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าพบช้างป่าตัวดังกล่าวในพื้นที่ซอย 9 ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาล จนท.ขสป.เขาอ่างฤาไน ผู้นำชุมชนในพื้นที่ จึงเข้าติดตามช้างป่าตัวดังกล่าว เวลาประมาณ 16.00 - 19.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบรอยตีนช้างป่าตัวดังกล่าว พบร่องรอยบริเวณสวนป่าคลองตะเกรา ไม่พบหนองหรือเลือดบริเวณที่ช้างป่าเดินผ่าน แต่ไม่พบตัวช้างป่า
จากข้อมูลที่ได้ที่ผ่านมาและจากการลงพื้นที่ติดตามพบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวออกนอกพื้นที่ในช่วงเวลาเดียวกันทุกปี เป็นไปได้ว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งช้างป่าตัวดังกล่าวจะออกมาหากินอาหารและน้ำบริเวณนี้เป็นประจำ แต่เนื่องจากช้างป่าตัวดังกล่าวเป็นช้างป่าพิการขาผิดรูป จากการบาดเจ็บ และได้ทำการรักษาแล้ว โดยสภาพร่างกายปัจจุบันอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตในป่าลึก และปลอดภัยต่อการถูกช้างป่าตัวอื่นทำร้าย โดยมีช้างป่าจำนวน 2 ตัวคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอยู่ ตอนนี้ช้างป่าสามารถเอาตัวรอดในธรรมชาติได้
ทั้งนี้หากท่านใดพบเห็นช้างป่าตัวดังกล่าวไม่ควรเข้าใกล้หรือพยายามผลักดันไล่ หรือทำให้ช้างตกใจ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ขสป.เขาอ่างฤาไน หรือผู้นำหมู่บ้าน อาสาฯ หรือโทรสายด่วน 1362 เพื่อจะได้ให้ความปลอดภัยทั้งคนและช้างป่า นอกจากนั้นสัตวแพทย์จะได้ประเมินอาการ วางแผนการดูแลในที่ที่เหมาะสมต่อไป

