‘อัจฉริยะ’ ไลฟ์สด เล่าเหตุการณ์ ‘แตงโม’ ตกเรือ เผยตอนนี้มีคนสารภาพหมดเปลือกแล้ว 1 คน

6.03.22 | 16:51 น.

‘อัจฉริยะ’ ไลฟ์สด เล่าเหตุการณ์ ‘แตงโม’ ตกเรือ เผยตอนนี้มีคนสารภาพหมดเปลือกแล้ว 1 คน

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไลฟ์สดผ่านยูทูบช่อง “โคนัน เมืองไทย” เกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม-นิดา” โดยเริ่มต้นจากการกล่าวถึงคำพูดของนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาลว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ “ไม่มีราคา และไร้สาระมาก” บางเรื่องบางราว กระทบจิตใจของคนที่รักแตงโม การพูดแบบนี้เป็นการดูหมิ่น เข้าใจผิดว่าแตงโมไปทำอะไรแบบนั้น และว่า อย่าพูด อะไรที่ไม่รู้จริง แล้วเขาเสียหาย ให้มาฟังที่ตนพูดดีกว่า พูดของจริง (อ่านข่าว ‘สันธนะ’ ลั่น มีข้อมูลสำคัญ คดีแตงโม อ้างมี 2 ปม โดดน้ำเอาตัวรอด-ถูกผลัก)

ในส่วนเรื่องของแม่แตงโม ออกรายการโหนกระแส ใครไปออกรายการ ถ้าพูดไม่ระวัง ก็จะตกเป็นเหยื่อทันที พลาด เป็นพรสวรรค์ของคุณหนุ่ม-กรรชัย ที่ทำให้การพูดแล้วเป็นดราม่าได้ เรื่องการให้อภัย วันนี้ คุณแม่อาจจะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อยากให้แม่ฟังและคิด อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป และว่า ไม่ใช่ว่าคนมีอิทธิพล จ่ายเงินแล้วจบ ต้องพิสูจน์แล้วว่าเป็นคนทำผิด ผิดแบบไหน ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ เราต้องการพิสูจน์ว่า แตงโมเสียชีวิตจากอะไร โดยความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ

นายอัจฉริยะยังบอกด้วยว่า อยากให้คดีนี้เสร็จสิ้น ก่อนการทำพิธีศพของน้องแตงโม ที่จะจัดขึ้นวันที่ 11-13 มีนาคม และสิ่งที่จะบอกเรื่องคืนวันเกิดเหตุ เกิดอะไรขึ้น คือ มีแซนกับแตงโม สองคน ส่วนคนที่อยู่กลางเรือ คือ จ๊อบ กระติก โรเบิร์ต และปอ โดยโรเบิร์ตเป็นคนขับเรือ มีปอสอนอยู่ เพราะโรเบิร์ตขับเรือไม่แข็ง
คนที่ยืนยัน คือทั้งแซนและจ๊อบ และกระติกยืนยันว่าโรเบิร์ตเป็นคนขับเรือ โดยมีปอประกบคู่
มีการดื่มไวน์ ประมาณ 6 ขวด ส่วนคนรินไวน์ เห็นอยู่ในคลิป

ส่วนมีคนทำให้แตงโมตกน้ำหรือไม่ เดี๋ยวให้ตำรวจแถลง หลังจากมีการแจ้งว่าแตงโมตกน้ำ ทุกคนบนเรือรู้แล้วก็วนเรือกลับไปหาในระยะเวลา 2 ชั่วโมง แต่ช่วง 15 นาทีแรก ปอติดต่อ ส่งไอจี โทรศัพท์ หาทนายความ ตำรวจ

สองชั่วโมงผ่านไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือทั้งหมด ด้วยความกลัวความผิด กลัวเมีย อะไรก็แล้วแต่ ตามสัญชาตญาณ ทุกคนจึงทิ้งแตงโมไว้ในน้ำ เพราะเชื่อว่าแตงโมเสียชีวิตแล้ว และนำเรือขึ้นบก ที่อู่ต่อเรือ เพราะทุกคนมั่นใจว่าแตงโมเสียชีวิตแล้ว ไม่ช่วยหาแล้ว และมีการเอาขวดไวน์ แก้วไวน์ ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทำลายหลักฐานว่า เมาแล้วขับเรือ

Advertisement

พอขึ้นมาบนบก ก็มีบุคคลเพิ่มเติมมา ไปวางแผนที่ปั๊มเชลล์ ปอก็สั่งให้ทุกคนลบข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับแตงโม หลังจากลบแล้ว ก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันไป โดยไม่สนใจแตงโมเลย ทั้งๆ ที่จริงแล้วควรจะรออยู่ที่ท่าเรือ แต่เพราะเมาและกลัวความผิด และทุกคนก็กลับไปพัก

หลังจากหายไปเกือบ 2 วัน ระหว่างที่หายไป ปอก็ติดต่อทนายความ 2 ชุด ชุดแรกที่สุขุมวิท มีการแนะนำ และปอได้บอกว่า เย็นวันนั้น ได้นัดทนายคนดังคนหนึ่ง ที่กำลังออกมาพ่นอยู่ตอนนี้ ทนายชุดแรกก็เลยไม่พอใจที่ติดต่อทนายอีกคนดังกล่าว ปอได้นัดทนายความคนดังที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่นนทบุรี และได้ถอนชุดแรกที่สุขุมวิทออกไป หลังพูดคุยกันแล้ว ปอก็รับไม่ได้กับคำแนะนำ เลยไม่จ้างทั้งสองชุด

หลังจากนั้นได้ไปปรึกษาอีกหลายคน เพราะอย่าลืมว่าเป็นลูกเขยนายพลตำรวจ ในกลุ่มนี้มีลูกตำรวจอีกคนหนึ่ง หลังจากยืนยันศพแตงโม พวกนี้แอลกอฮอล์ก็เจือจางแล้ว ตำรวจก็ส่งไปตรวจเลือด เพื่อหาแอลกอฮอล์ว่ามีปริมาณเท่าไหร่ มีสารเสพติดหรือไม่

หลังจากขึ้นเรือมาแล้ว วางแผนบนบก กระติก ในฐานะผู้จัดการกับเกรงกลัวปอ โดยยอมปกปิดข้อมูล เพื่อให้แตงโมเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เพราะถือว่าไหนๆ ก็ตายไปแล้ว เอาคนอยู่ให้รอดก่อน เพราะทุกคนกลัวคดี เหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้ทุกคนไม่เชื่อเรื่องที่คนเหล่านี้พูด รวมทั้งเรื่องปัสสาวะ

การที่ตำรวจมาทำคดีนี้ การรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการทำงาน ต่างคนต่างทำงาน สืบสวนทาง พิสูจน์หลักฐานไปทาง ทำให้เกิดความล่าช้า เกิดความสงสัย ตนอยากให้ทั้ง 5 คน ไปจำลองเหตุการณ์บนเรือจริง โดยเฉพาะแซน และใครนั่งอยู่ตรงไหน

นายอัจฉริยะกล่าวว่า เมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) มีคนรับสารภาพแล้ว 1 คน แต่สิ่งที่สารภาพวันนี้ กับสิ่งที่พูดวันแรก ต้องมีอันไหนจริง อันไหนเท็จ ต้องมีนิติวิทยาศาสตร์รองรับ เริ่มตั้งแต่เกิดอะไรบนเรือ เกิดแล้วไปทำอะไรที่ไหน ติดต่อกับใคร เป็นการสารภาพหมดเปลือก หมดไส้หมดพุง ตอนนี้ตำรวจประชุมวางแผน และเริ่มดำเนินการ ไปค้นจุดที่สารภาพว่าเอาขวดไวน์และแก้วไวน์ทิ้งไว้ตรงไหน หาตรงจุดที่ให้การมาแล้ว แต่ยังมีอยู่ 1 คน วันนี้ยังไม่เคยสารภาพอะไรเลย คือไม่ให้การอะไรเลย

ดังนั้น ตำรวจจะต้องเร่งมือทำงาน วันนี้ทราบว่ามีการตั้งคณะสืบสวนสอบสวน และมีการใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มารองรับการสารภาพของผู้ต้องหาคนหนึ่ง ที่ใช้เวลาในการสารภาพ 4 ชั่วโมง ตำรวจก็ต้องไปพิสูจน์ความจริงว่าเป็นไปได้หรือไม่ เชื่อว่าภายในวันสองวันนี้ คนไทยทั้งประเทศจะเห็นการทำงานของตำรวจมากขึ้น เห็นความคืบหน้ามากขึ้น

ก่อนจะตบท้ายว่า “ลูกผู้ชายทำผิดต้องกล้ารับผิด เป็นลูกเขยนายพลตำรวจ อย่าทำให้เสียชื่อ ลูกผู้ชายเมื่อเกิดแล้ว ทำผิดแล้ว วันนี้ยังไม่สายที่จะออกมาขอโทษสังคม ขอโทษแตงโมและครอบครัว ที่สำคัญ พูดความจริง เพื่อให้คดีนี้จบอย่างเรียบร้อย ให้ทันกับพิธีของแตงโม”