แอนนา-พุดเดิ้ล เพื่อนสนิท ‘แตงโม’ ให้ปากคำ ลั่นดาราสาวไม่ใช้ยา-รับงานเอ็น

8.03.22 | 13:37 น.

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 8 มีนาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 นายวรินทร วัตรสังข์ หรือ “แอนนา ทีวีพูล” พร้อมด้วย พุดเดิ้ล ยุพดี หรือ “พุดเดิ้ล ทีวีพูล” เพื่อนสนิทของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ดาราสาวชื่อดัง ซึ่งพลัดตกเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งเปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกตนเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยานแวดล้อม และเป็นเพื่อนสนิทของแตงโม คาดว่าประเด็นที่ตำรวจต้องการสอบถาม คือเรื่องของการแชตคุยและการโทรศัพท์กับแตงโมก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ซึ่งตนพร้อมให้ความร่วมมือทุกกรณี เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ


นายวรินทรกล่าวอีกว่า เรื่องของยาเสพติด ยืนยันว่าแตงโมไม่เคยมีประวัติการใช้ยาเสพติด รวมถึงการรับงานเอนเตอร์เทน แตงโมไม่เคยรับงานในลักษณะนี้ หากรับงานเอนเตอร์เทนจริง แตงโมก็คงไม่เป็นหนี้สิน เพราะแตงโมเป็นคนชอบหางานด้วยตนเอง ส่วนจะถูกหลอกหรือไม่นั้น ต้องไปถามกับอีกคน ซึ่งเป็นคนรับงาน เพราะแตงโมไว้ใจคนรับงานมาก และจะไม่ถามรายละเอียดของงาน เพียงแต่ถามเรื่องหน้าที่ของว่าต้องทำอะไรบ้าง

ส่วนกรณีการปกปิดความสัมพันธ์ของคนบนเรือนายวรินทรกล่าวว่า ไม่มีความเป็นไปได้ เพราะแตงโมรู้จักแค่กระติก ส่วนคนอื่นแตงโมไม่รู้จักมาก่อน ฝากให้สังคมไปตามเรื่องรูปในไอจีที่ถูกลบว่าหายไปเพราะอะไร และมีคอมเมนต์อะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่าตนกับแม่ของแตงโมมีปัญหาขัดแย้งกันในเรื่องนี้ ตนขอยืนยันว่าไม่มีปัญหา ยังคงให้ความเคารพแม่แตงโมเหมือนเดิม เพราะเป็นแม่ของเพื่อน แต่ยอมรับว่าหลังจากโฟนอินเข้ารายการ ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับแม่อีก หากแม่ต้องการพูดคุยด้วย ตนก็ยินดี ที่ผ่านมา สังเกตได้ว่าตนเงียบไม่พูดอะไร สาเหตุก็เป็นเพราะถ้าเปรียบตัวเองเป็นแตงโม ก็คงไม่อยากให้ใครมาต่อว่าแม่ของตน

นายวรินทรกล่าวอีกว่า ฝากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้การช่วยเหลือแตงโม ทั้งทางคดีและเรื่องอื่นๆ พร้อมให้ทุกคนช่วยเหลือต่อไปจนกว่าคดีนี้จะสิ้นสุด เพราะไม่อยากให้คดีเงียบไป อยากให้เกิดความยุติธรรม หากพนักงานสอบสวนจะปิดสำนวนคดีในวันศุกร์นี้ ตนมองว่าเร็วไป เพราะทุกอย่างยังไม่กระจ่าง โดยเฉพาะผลการชันสูตรศพและสาเหตุการตาย ซึ่งยังไม่ชัดเจน อยากให้ตำรวจหาความชัดเจนในเรื่องนี้ก่อน

Advertisement

ต่อมาเวลา 16.40 ภายหลังเข้าปากคำกว่า 4 ชั่วโมง นายวรินทรหรือ “แอนนา ทีวีพูล”เปิดเผยว่า การให้ปากคำในวันนี้ คล้ายกับที่ตนออกมาเล่าในรายการต่างๆ โดยตำรวจมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของพวกตนกับแตงโม และความเป็นไปได้ว่าแตงโมปัสสาวะบนเรือจริงหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้ทุกคนวางใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะมีการสอบปากคำโดยละเอียดไปหลายปากแล้ว แต่ตำรวจคงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดได้ ส่วนใครที่รับข่าวสารแล้วคิดไปก่อน ขออย่าพึ่งคิด เพราะข้อมูลส่วนใหญ่คนที่รู้ก็คือตำรวจ แต่คงไม่สามารถนำหลักฐานทั้งหมดมาเปิดเผยได้ ซึ่งช่วงแรกตนก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถปิดคดีได้จริงหรือไม่ แต่เมื่อสอบถามไป ตำรวจก็บอกว่ามั่นใจได้ หากจะปิดคดีทุกอย่างก็ต้องมีพร้อมแล้ว ซึ่งได้ถามตำรวจในเรื่องของกลุ่มเพื่อนแตงโม และอดีตผู้จัดการ ว่าได้มีการให้ปากคำหรือไม่ รวมถึงคำถามอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งตนคิดว่าตำรวจรู้หมดทุกอย่าง แต่พูดออกมาไม่ได้ เพราะอาจมีคนไหวตัวทันและกระทบต่อคดี

ส่วนกรณีที่เพื่อนทั้ง 5 คนให้การว่าแตงโมไปนั่งปัสสาวะท้ายเรือ แต่แซนกลับบอกกับกู้ภัยครั้งแรกว่าแตงโมยืนปัสสาวะนั้น นายวรินทร กล่าวว่า การที่พูดไม่เหมือนเดิมคือสิ่งที่ไม่ปกติ เมื่อไม่ปกติก็ต้องรอดูต่อไป ว่าจะให้การเป็นไปตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ ซึ่งตนมุ่งเน้นเรื่องบนเรือว่าเกิดอะไรขึ้นมากกว่า ขอฝากทุกคนที่อาศัยอยู่ตามแม่น้ำเจ้าพระยา ให้นำภาพจากกล้องวงจรปิดออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งช่วงหลังตนก็เชื่อมั่นในตำรวจ เพราะการทำงานของตำรวจละเอียดว่าที่คิด ขณะนี้สบายใจมากขึ้นว่าเพื่อนได้รับความยุติธรรมแน่นอน

นายวรินทร ได้เปิดเผยถึงสภาพจิตใจของ เบิร์ด แฟนหนุ่มของแตงโมว่า ตอนนี้สภาพจิตใจเบิร์ดค่อนข้างดีขึ้น และมีแผนว่าจะไปพักผ่อนหลังจบงานพิธีไว้อาลัยแตงโม ซึ่งที่ผ่านมาตนได้พยายามหางานให้เบิร์ดอยู่ตลอด แต่เบิร์ดปฏิเสธ โดยบอกว่าเป็นแฟนแตงโม มาแบบไหนก็ขออยู่แบบนั้นต่อไป ไม่ได้อยากได้อะไรจากการเสียชีวิตของแตงโม ส่วนเรื่องแมว 4 ตัวที่เห็นว่ามาอยู่กับตนนั้น ตนเพียงแค่รับพาไปหาหมอ อีกไม่กี่วันเบิร์ดก็จะรับกลับไปดูแล และอยากฝากด้วยว่า ตอนนี้เริ่มมีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเป็นเบิร์ดมาขายของหรือเรี่ยไรเงิน ขอยืนยันว่าไม่มี อย่าหลงเชื่อ อย่างไรก็ตาม เบิร์ดไม่ได้มีการสอบถามถึงเรื่องคดีความ เพราะเบิร์ดได้ให้ปากคำกับตำรวจเยอะมาก ซึ่งคนที่ได้เข้าพบตำรวจและรับทราบความเป็นไปของคดี ก็จะค่อนข้างสบายใจ เช่นเดียวกับที่ตนรู้สึกในวันนี้ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ “เอ ศุภชัย” หรือ นายศุภชัย ศรีวิจิตร และ “อั้ม พัชราภา” หรือ พัชราภา ไชยเชื้อ ที่คอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในงานศพแตงโม