เมื่อวันที่ 15 ต.ค. หลังจากพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จสวรรคต ยังคงสร้างความโศกเศร้าแก่หมู่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะนายพิษณุ ขำบุญเกิด อายุ 32 ปี หรือที่ชาวปัตตานีรู้จักในชื่อนายสำลี หนุ่มผิวเข้ม แต่หัวใจสีชมพู ได้นำรูปสมัยเก่าของพ่อหลวงมาเช็ดอย่างทะนุถนอมด้วยความรู้สึกโศกเศร้า และสั่งสอนลูกชายให้รู้จักประวัติและต้องจดจำผู้อยู่ในรูปนี้ คือพ่อหลวงที่คนไทยทั้งประเทศรักและเชิดชู ในยามเหนื่อยล้า หรือท้อแท้ ให้นึกถึงพ่อหลวงคนนี้ เมื่อเติบโตไปจะต้องเป็นคนดีเพื่อพ่อหลวง โดยหลักการใช้ชีวิตตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบัน นายสำลีบอกเล่าให้ลูกชายรู้ว่า ได้ยึดถือเอาแนวหลักคำสอนของพ่อหลวง ผู้เป็นดั่งพ่อและเป็นดังครู คอยบอกคอยสอนให้เป็นคนดี มีความเสียสละ และได้ยึดถือเอาหลักคำสอนนั้นมาใช้เป็นคติเตือนใจในการดำรงชีวิตจนถึงปัจจุบัน
โดยตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี หลังเลิกงานกลับถึงบ้านอยู่กับครอบครัว เมื่อถึงเวลา 19.00 น. ทุกคืน นายสำลีจะต้องแต่งกายในชุดสีชมพูตัวโปรด ออกไปคอยช่วยทำงานเป็นจิตอาสา ช่วยเหลือดูแลรับผู้ป่วย โดยเฉพาะคนชราที่มาหาหมอ และไม่เคยคิดหวังถึงสิ่งตอบแทนใดๆ แต่ทำไปเพียงอยากเป็นจิตอาสาเพื่อในหลวง โดยจะปักข้อความนี้ไว้ที่อกเสือทุกตัว เพื่อเป็นสิ่งย้ำเตือนใจและเป็นกำลังใจต่อการทำหน้าที่จิตอาสาเพื่อในหลวง เป็นการเดินตามแนวทางคำสอนให้เป็นคนดีและมีน้ำใจช่วยเหลือสังคม จึงรู้สึกรักและมีความศรัทธาต่อสิ่งที่เห็นพ่อหลวงทรงงานหนักไม่เคยเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ด้วยความตั้งใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน แม้จะอยู่ไกลในที่ทุระกันดานก็ยังเสด็จเข้าไปดูและช่วยเหลือส่งเสริมด้านต่างๆ ให้มีความเป็นอยู่ดี กินดี

นายสำลี กล่าวทั้งน้ำตาว่ารู้สึกเสียใจมาก เพราะจะหาใครที่ดีเหมือนพ่อหลวงไม่มีอีกแล้ว พระองค์ท่านเปรียบเหมือนเป็นทั้งพ่อและเป็นทั้งครู พระองค์คือต้นแบบที่ดี เพราะท่านจะคอยสั่งสอนเราให้เป็นคนดี จึงคิดยึดมั่นเสมอว่าจะทำดีเหมือนพ่อหลวง จะทำให้ดีที่สุดตามที่พระองค์เคยสั่งสอนไว้ และตอนนี้เป็นจิตอาสาทำมากว่า 8 ปี แล้ว โดยไม่เคยถึงสิ่งอื่นใดเลย ทำเพื่อพ่อหลวงของแผ่นดิน ทำในสิ่งที่ท่านเคยสอนไว้ว่า สิ่งใดหากเราสามารถช่วยเหลือคนได้ ให้ช่วยเพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยของเราเอง ถึงจะช่วยได้ไม่มาก อย่างน้อยก็เป็นการได้ช่วยเหลือสังคมสังคมได้ โดยที่เราไม่ได้หวังในสิ่งตอบแทนใดๆ เลย จนต้อนนี้ครอบครัวก็ได้เข้ามาเป็นจิตอาสา อยู่ จ.ปัตตานีนี้มา 8 ปี ก็ได้ทำหน้าที่จิตอาสาเพื่อพระองค์อย่างแท้จริง และครอบครัวผมอยากสัญญาให้พระองค์ได้รับรู้ว่า พวกเราจะขอเป็นคนดีเพื่อพ่อหลวง และขอส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯ สู่สวรรคาลัย
นายสำลี กล่าวว่าสาเหตุที่เลือกชุดทำงานจิตอาสาเป็นสีชมพูเพราะเคยเห็นพ่อหลวง ใส่เนคไทสีชมพู และสีชมพูนี้ก็จะเข้าเหมาะกับสีผิวของผมด้วย อย่างไรก็ตามการปฏิบัติตนยังใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงและการได้ช่วยเหลือสังคมแบบไม่เคยคิดสิ่งตอบแทน จึงได้เอาพระองค์ท่านมาไว้ในใจ หรือ ปักคำว่าจิตอาสาเพื่อในหลวงที่หน้าอกเสื้อทุกตัวที่ใส่ทำงานอยู่จนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมจะนึกถึงพระองค์ท่านตลอด โดยมองถึงความดีของพระองค์ท่านทุกๆ อย่าง จึงได้นำเอามาใช้เป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตในประจำวัน


