‘บิ๊กโจ๊ก’ คัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์กลุ่มคนไทยจากกัมพูชาเพื่อรับการเยียวยาให้ตามมาตรฐานสากล

9.03.22 | 17:58 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่โรงแรมวังน้ำเย็นการ์เด้น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. /รอง ผอ.ศพดส.ตร. รับผิดชอบในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.สระแก้ว ดำเนินการคัดแยกเหยื่อคดีค้ามนุษย์ กลุ่มคนไทยที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือกลับจากกัมพูชาประมาณ 600 คน โดยมีสหวิชาชีพร่วมปฏิบัติ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และองค์การนอกภาครัฐ (NGOs)


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กระบวนการคัดแยกเหยื่อนับเป็นด่านแรกที่สำคัญมาก เป็นกระบวนการอันนำไปสู่การดำเนินคดีค้ามนุษย์ หากมีการดำเนินการอย่างถูกต้อง จะส่งผลดีต่อรูปคดี ทั้งการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีค้ามนุษย์ การสืบสวนขยายผล การช่วยเหลือดูแลเหยื่อจากการค้ามนุษย์ จนถึงขบวนการพิจารณาชั้นศาล ซึ่งที่ผ่านมามีบางคดีศาลยกฟ้องเนื่องจากกระบวนการคัดแยกเหยื่อไม่ได้มาตรฐาน พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำการคัดแยกเหยื่อ เพราะไม่มีรูปแบบที่ถูกต้องในการดำเนินการ จึงมีแนวความคิดให้ดำเนินการคัดแยกเหยื่อคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้ ให้ได้มาตรฐานสากล โดยให้สหวิชาชีพ มาร่วมคัดเลือกตามกฎหมาย พร้อมให้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ แนวทางการกำหนดประเด็นสอบถาม รวมถึงการประชุมก่อนและหลังการคัดแยก รวบรวมทำเป็นสื่อการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการคัดแยกเหยื่อทั่วประเทศอย่างมีมาตรฐานสากล เป็นรูปแบบเดียวกัน ทำให้การดำเนินคดีค้ามนุษย์ของไทยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า “นอกจากการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมายให้ได้กลับมายังประเทศไทยอย่างปลอดภัยแล้วนั้น การคัดแยกเหยื่อนับเป็นกระบวนการสำคัญอีกเช่นกันที่จะทำให้เหยื่อจากการค้ามนุษย์ได้รับประโยชน์อย่างสูง นอกจากจะสามารถให้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์แล้ว เหยื่อยังจะสามารถได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนได้รับการช่วยเหลือทางกฎหมาย การสร้างอาชีพ จนถึงการกลับไปอยู่ร่วมกับสังคม ซึ่งการสร้างสื่อการเรียนรู้นี้ จะทำให้การคัดแยกเหยื่อทั่วประเทศทำได้ตามมาตรฐานสากล และจะช่วยยกระดับการดำเนินการเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ของไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ”

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากมีคนไทยถูกหลอกลวงและบังคับให้ทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชาและร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการไทยให้ช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทย ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเจ้าหน้าที่ทางการไทยให้การช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด เพื่อให้การช่วยเหลือเหยื่อคนไทยเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ถือโอกาสที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 หลอกลวงไปบังคับใช้แรงงาน ทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปในสังคม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./ รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ประสานงานกับสถานทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ และผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ประจำประเทศกัมพูชา รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศกัมพูชา จนช่วยเหลือคนไทยซึ่งถูกหลอกลวงกลับมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 2 มี.ค. จำนวน 56 คน ซึ่งนำคนไทยทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตามมาตรการทางสาธารณสุขของไทย และการคัดแยกเหยื่อต่อไป

Advertisement