ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเกิดไฟไหม้บ้าน อยู่ตรงข้ามวัดตรีมิตรประดิษฐาราม (ขวากลิง) หมู่ 7 ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง เมื่อกลางดึกวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ไฟได้ไหม้บ้านเสียหายหมดทั้งหลัง วันรุ่งขึ้นมีชาวบ้านและเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันทราบข่าว นำสิ่งของเครื่องใช้และเงินไปเยี่ยมปลอบขวัญกันจำนวนมาก ระหว่างที่เดินเข้าไปดูสภาพไฟไหม้ พบภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ติดไว้กลับไม่ถูกไฟไหม้แม้แต่น้อย ทุกคนถึงกับตะลึงยกมือไหว้ด้วยพระบุญบารมี สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง หลังชาวบ้านใกล้เคียงทราบข่าวเดินทางมาดูเหตุการณ์และยกมือไหว้พระบรมฉายาลักษณ์ เกรงภาพจะหายจึงต้องนำไปเก็บไว้ที่บ้านญาติก่อน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายภัทรพล ผลวิเชียร อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุและกล่าวว่า อดีตรับราชการครู สังกัดกรมสามัญศึกษาสมัยนั้น ลาออกไปรับราชการสำนักงานพัฒนานาชุมชน ต่อมาลาออกไปสอบเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเลือกตั้ง (กกต.) จ.ระยอง ทำงานได้ 2 ปีก็ลาออก ปัจจุบัน เป็นไวยาวัจกร วัดตรีมิตรประดิษฐาราม (ขวากลิง) คืนเกิดเหตุขณะนอนหลับได้เกิดไฟไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เก็บสิ่งของไม่ทัน ถูกไฟไหม้เสียหมด ต้องไปอาศัยอยู่บ้านญาติ วันรุ่งขึ้นมีมูลนิธิจิตอาสา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน นำข้าวของเครื่องใช้และเงินสดจำนวนหนึ่งมาเยี่ยมและให้กำลังใจ

นายภัทรพลกล่าวว่า ทุกคนมาเห็นสภาพไฟไหม้ แต่ภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ติดไว้บริเวณมุมบ้าน ใกล้ๆ กันแขวนไม้ปัดฝุ่นละออง ไม้ปัดฝุ่นถูกไฟไหม้เกรียม เครื่องฉีดพ่นยาตั้งที่พื้นใต้พระบรมฉายาลักษณ์ ถูกไฟไหม้เสียหาย ส่วนพระบรมฉายาลักษณ์ไม่ได้ถูกไฟไหม้แต่อย่างใด ทุกคนที่พบเห็นต่างยกมือไหว้และพูดต่อๆ กันจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นว่าเกิดปาฏิหาริย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง สำหรับตนเองเห็นแล้วยังขนลุก จนต้องเก็บภาพพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อนำไปใส่กรอบไว้บูชาต่อไป หากเอาไว้ที่นี่คงหายแน่

