วันที่ 15 ตุลาคม นางรติรส มีคำแหง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่าเวลานี้ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ประสบภัยอุทกภัยจำนวน 8 อำเภอ บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมกว่า 2,000 หลังคาเรือน นาข้าวเสียหายกว่า 1 แสนไร่ บ่อปลา 10 บ่อ ถนน 31 สาย ซึ่งสถานการณ์โดยรวมน้ำเริ่มทรงตัวและลดระดับลงเรื่อยๆ ยกเว้นอำเภอเดียว คือ อ.บางระกำ เป็นอำเภอเดียวที่มีน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ น้ำที่ท่วมขังทุ่งนาสูงกว่า 1-2 เมตร ซึ่งทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลกเป็นห่วงได้ ประสานกับทางชลประทาน เกษตรอำเภอ และผู้นำท้องถิ่น ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ เนื่องจากช่วงนี้ยังมีฝนตกหนักในพื้นที่เพิ่มปริมาณน้ำที่สะสมเดิม ขณะที่ทางชลประทานเป็นห่วงคันดินที่ทำล้อมรอบพื้นที่นาข้าวที่ยังรอการเก็บเกี่ยวกว่า 20,000 ไร่ ซึ่งพยายามรักษาไว้อยู่ ซึ่งหากคันดินเกิดพังทลายลง น้ำคงท่วมพื้นที่ดังกล่าวเสียหายทั้งหมด จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่เป็นพิเศษ
ด้านนายเฉลิมศักดิ์ ทักษาดิพงษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนว่า หลังจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีน้ำที่ตกเหนือเขื่อนแควน้อยฯ ทั้งทางด้าน อ.ชาติตระการ อ.นครไทย และ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ไหลเข้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ล่าสุดมีน้ำเก็บกัก 873.755 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 93.05% และมีน้ำใช้การได้ 830.76 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 88.47% โดยวันนี้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่ม 11.96 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนได้มีการระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 1 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ของโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเพื่อส่งให้ประชาชนในพื้นที่สำหรับอุปโภคและบริโภค

