ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสถียร มีบุญ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 13 ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ สมาชิกสภา อบจ.หนองคาย ซึ่งเป็นบุคคลในภาพที่เคยเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ถึง 9 ครั้ง และเป็นบุคคลในภาพที่ตามหา ได้นำกรอบรูปที่เก็บไว้ที่บ้านอย่างดีมาให้ดู โดยมีการนำภาพขยายขนาดใหญ่ติดไว้ในบ้านเป็นที่ระลึกด้วย

นายเสถียร เปิดใจว่า ตนมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จกับพ่อแม่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เสด็จพระราชดำเนินมายังอำเภอต่างๆ ของจังหวัดหนองคาย ประมาณ 10 ครั้ง จนเมื่อปี 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาสนทนาธรรมกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ตนในขณะนั้นเป็นกำนันตำบลพานพร้าวและเป็นวิทยากรลูกเสือชาวบ้าน ใส่ชุดลูกเสือไปรอเฝ้ารับเสด็จ พอในหลวงสนทนาธรรมเสร็จ ได้พระราชดำเนินมาหาประชาชนที่เฝ้ารอ โดยพระองค์ได้ทรงหยุดที่ตรงหน้าตน ทรงตรัสถามตนว่า “เป็นลูกเสือใช่มั้ย” ตนตอบว่า “ครับ” และถวายรายงานว่าตนเป็นวิทยากรให้กับชาวเวียดนามที่อยู่ใน อ.ศรีเชียงใหม่ ได้ฝึกเป็นลูกเสือชาวบ้านตามโครงการลูกเสือชาวบ้านรวมใจภักดิ์ ในครั้งนั้นตนปลาบปลื้มใจมาก

ต่อมาในปี 2539 เป็นอีกครั้งที่ตนได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ เสด็จมาที่วัดหินหมากเป้งอีกครั้ง เมื่อสนทนาธรรมเสร็จ พระองค์เสด็จหาพบประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จอยู่ด้านนอกศาลาวัด วินาทีนั้นพระองค์เสด็จตรงมาหาตน แล้วทรงตรัสว่า “กำนันสบายดีไหม” ตนซาบซึ้งตื้นตันใจจนพูดไม่ออก ไม่นึกว่าพระองค์จะจดจำตนได้ พระองค์ทรงนั่งลงแล้วทรงตรัสว่า “ประชาชนทำอะไร ปลูกอะไรกันบ้าง และมีอะไรที่จะให้ช่วยบ้าง” ตนจึงถวายรายงานข้อมูลด้านการเกษตร และความต้องการน้ำเพื่อการเพาะปลูกให้ทรงทราบ เป็นเวลานานถึง 45 นาทีที่ได้ถวายรายงาน พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยกับข้อมูลที่ได้ฟังมาก ขณะนั้นเวลาประมาณ 19.00 น. พระองค์ทรงเสด็จไปยังโครงการในพระราชดำริห้วยทอนตอนบนที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 20 กม. ท่ามกลางความมืด และเส้นทางทุรกันดาร หาแนวทางพัฒนาเส้นทางน้ำเพื่อการเกษตรให้กับประชาชน
จนกระทั่งปี 2558 เมื่อมีการประกาศตามหาบุคคลในภาพ ซึ่งตนเป็นหนึ่งในนั้น ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าที่โรงพยาบาลศิริราช พระองค์ทรงตรัสถามทุกคนที่เข้าเฝ้าว่า “สบายดีไหม” เป็นอีกครั้งที่สร้างความปลาบปลื้มตื้นตันใจในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นล้นพ้น

