‘บิ๊กโจ๊ก’ เซ็นสำนวนปิดคดีขโมยรังนกสั่งฟ้องผู้ต้องหา 41 คน รวม จนท.รัฐ 20 คน มูลค่าเสียหายกว่าพันล้าน

11.03.22 | 19:50 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง (บก.ภ.จว.พัทลุง) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ผบก.อธ. พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ภ.8 ประชุมติดตามความคืบหน้าดำเนินการตรวจสอบ เร่งรัดคดีจับกุมขบวนการลักรังนกในพื้นที่ จ.พัทลุง สร้างความเสียหายหลายพันล้านบาท โดยมีการดำเนินคดีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐเป็นจำนวนมาก


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับทางคณะพนักงานสอบสวนเบื้องต้น คดีนี้มีการสอบปากคำพยาน 262 ปาก เอกสารในคดี 12,667 แผ่น พยานวัตถุอีกจำนวนมาก ทางคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นชาวบ้านลักรังนก รวม 21 คน ในความผิดฐาน “ร่วมกันเก็บรังนกที่มีอยู่ตามธรรมชาติบนเกาะ หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันเข้าไปกระทำการใดๆ บนเกาะ หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่มีรังนกอยู่ตามธรรมชาติ อันเป็นหรืออาจเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่น หรือรังนก หรืออาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะ หรือที่สาธารณสมบัติแผ่นดินโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันเก็บหรือทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่า สงวน และสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีไว้ในความครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันล่าสัตว์ป่า หรือเก็บ หรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่านั้น ในพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่ง รัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับ ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบตามหน้าที่โดยผิดกฎหมาย, เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149″

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ รวม 20 คน ในฐานความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบตามหน้าที่โดยผิดกฎหมาย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันเก็บรังนกที่มียู่ตามธรรมชาติบนเกาะ หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันเข้าไปกระทำการใดๆ บนเกาะ หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่มีรังนกอยู่ตามธรรมชาติ อันเป็นหรืออาจเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่น หรือรังนกหรืออาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะ หรือที่สาธารณสมบัติแผ่นดินโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันเก็บ หรือทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีไว้ในความครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันล่าสัตว์ป่า หรือเก็บ หรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่านั้น ในพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย”

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว ที่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยได้ติดตามเร่งรัดคดีนี้มาโดยตลอด เนื่องจากมีผู้ต้องหาที่เป็นชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่รัฐเอง จึงต้องให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และในวันนี้ จึงได้มีการสรุปผลการดำเนินคดีสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้น 41 คน เป็นชาวบ้าน 21 คน และเจ้าหน้าที่รัฐ 20 คน และจะเป็นตัวอย่างสำนวนคดีในการดำเนินคดีแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และจะนำสำนวนการสอบสวนทั้งหมด เข้าปรึกษากับพนักงานอัยการเพื่อให้มีพยานหลักฐานครบถ้วนและเกิดความเป็นธรรมสามารถตอบคำถามสังคมได้

Advertisement