ท่องเที่ยวแม่แตง จัดทำบุญตักบาตรอุทิศถวายแด่ในหลวง นำช้าง 9 เชือก ถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน เผยนักท่องเที่ยวน้ำตาคลอ เห็นช้างนั่งหมอบนานแสดงความจงรักภักดี แนะปรับกิจกรรมเหมาะสมกับสถานการณ์-บรรยากาศโศกเศร้า แจกริบบิ้นดำนักท่องเที่ยวร่วมถวายอาลัย วอนรัฐทบทวนพิจารณางานประเพณีท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยว สร้างงาน-รายได้ชุมชน
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวแม่แตง จ.เชียงใหม่ จัดทำพิธีทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยมีพระสงฆ์จากวัดอรัญญวิเวก ต.อินทขิล อ.แม่แตง 7 รูปทำพิธี ที่ปางช้างแม่แตง บ้านแม่ตะมาน หมู่ 2 ต.กึ๊ดช้าง ก่อนนำช้าง 9 เชือกพร้อมควาญช้าง แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ท่ามกลางความอาลัยของผู้บริหาร คณะกรรมการ พนักงาน เจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่ร่วมพิธีจำนวนมาก พร้อมจัดสถานที่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชน ได้ลงนามแสดงความอาลัย ที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวปางช้างแม่แตง

นางวาสนา ทองสุข ผู้บริหารปางช้างแม่แตง ในฐานะนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวแม่แตง กล่าวว่า สมาคมมีปางช้างเป็นสมาชิกกว่า 10 แห่ง มีช้างดูแลกว่า 200 เชือก ได้นำช้าง 9 เชือก จากปางช้างแม่แตง เป็นตัวแทนช้างทั้งหมด มาแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่าน โดยช้างได้ทำการคำนับ คุกเข่าและหมอบพร้อมสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที แต่มีช้างที่อยู่ด้านหน้า 2-3 เชือก นั่งหมอบนานกว่า 15 นาที ไม่ยอมลุกไปไหน สร้างความประหลาดใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เพราะตามปกติช้างจะนั่ง คุกเข่า และหมอบไม่เกิน 5 นาที ซึ่งเป็นธรรมชาติของช้างทั่วไป ทำให้นักท่องเที่ยวบางรายที่เข้าร่วมพิธีถึงกับน้ำตาคลอ ถ่ายรูปและบันทึกภาพเคลื่อนไหว เนื่องจากประทับใจพฤติกรรมที่แสดงความจงรักภักดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่แต่งชุดดำมาร่วมพิธีดังกล่าว
“กรณีรัฐบาล โดยสำนักนายกรัฐมนตรี ออกประกาศให้งดงานรื่นเริงหรือมหรสพเป็นเวลา 30 วันนั้น เดิมปางช้างได้แจ้งบริษัทนำเที่ยวของดกิจกรรมโชว์การแสดงช้างทั้งหมด แต่ได้รับการร้องขอให้จัดการแสดงช้าง จึงปรึกษาฝ่ายปกครองอนุญาตให้มีกิจกรรมแสดงช้างได้ แต่งดใช้เครื่องเสียง หรือเพลงประกอบการแสดงโดยให้เป็นการแสดงแบบพื้นฐานหรือทั่วไป ไม่ได้แสดงความสามารถของช้างแท้จริง ซึ่งนักท่องเที่ยวเข้าใจ และรับทราบถึงบรรยากาศความโศกเศร้าของชาวไทย ซึ่งปางช้างทุกแห่งได้แจกริบบิ้นดำแก่นักท่องเที่ยว ที่สวมชุดธรรมดา ซึ่งนักท่องเที่ยวได้แสดงความขอบคุณที่มีส่วนร่วมแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่าน” นางวาสนากล่าว

นางวาสนากล่าวอีกว่า การงดกิจกรรมรื่นเริงและมหรสพ หากปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์และบรรยากาศ เชื่อว่าไม่มีผลกระทบระยะยาว หากทุกฝ่ายยอมรับและเข้าใจเหตุผลได้ เนื่องจากท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอยู่ ส่วนการยกเลิกงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ หรือลอยกระทง อาจมีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนงานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างงานและรายได้แก่ชุมชน

