วันที่ 16 ตุลาคม นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าติดตามโครงการพระราชดำริฯ ในพื้นที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนายวัชระ กระแสฉัตร์ นายอำเภอเขาวง นำคณะเข้าไปติดตาม ซึ่ง อ.เขาวง เป็นอำเภอที่มีโครงการพระราชดำริฯ ที่สำคัญๆ หลายโครงการ ช่วยเหลือราษฎรมีชีวิตใหม่ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรใน อ.เขาวง ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2535 พระองค์ทอดพระเนตรความลำบากของราษฎรที่ต้องทนทุกข์กับความแห้งแล้ง และก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯในดินแดนภูไทเขาวง โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ และอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้ภูเขาแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ชุบชีวิตใหม่ให้กับราษฎร
นายณัฐภัทรกล่าวว่า อ.เขาวง มีสถานที่สำคัญๆ หลายแห่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศได้มีพระราชดำริให้เริ่มโครงการขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อ่างเก็บน้ำลำพะยัง อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ ซึ่งเป็นชื่อพระราชทาน ภายในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ และที่โครงการพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝนบ้านแดนสามัคคีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากนี้ถนนดิสโก้ ยังเป็นสถานที่สำคัญที่ราษฎรได้รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ
“อ่างเก็บน้ำลำพะยัง ได้เริ่มก่อสร้างในปี 2537 และอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ เริ่มก่อสร้างในปี 2546 แล้วเสร็จในปี 2549 อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ มีการเจาะอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้เขาภูบักดี แล้วทำท่อ (เหล็ก) ลอดใต้อุโมงค์ ขนาดกว้าง 3 เมตร สูง 3 เมตร ยาว 740 เมตร ส่งน้ำจากอ่างห้วยไผ่ จ.มุกดาหาร เข้ามายังกาฬสินธุ์ โดยมีการทำถังพักน้ำ ทำระบบท่อชลประทาน ที่ยังประโยชน์ครอบคลุมพื้นที่มากถึงประมาณ 12,000 ไร่ และทำให้ผลผลิตทางการปลูกข้าวของชาวนาเพิ่มมากขึ้นถึง 2-3 เท่า นับเป็นความสำเร็จจากอุโมงค์ผันน้ำหนึ่งเดียวในเมืองไทยใต้ร่มพระบารมี ที่มาจากพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านบริหารจัดการน้ำ อันสอดรับกับคำว่า ลำพะยังภูมิพัฒน์ ซึ่งหมายถึง อุโมงค์ผันน้ำที่นำความเจริญมาสู่แผ่นดินลุ่มน้ำลำพะยัง” นายณัฐภัทรกล่าว

ด้านนายวิศักดิ์ อารมณ์สวะ หมอดินอาสาบ้าน บ้านโนนสูง หมู่ 7 ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นชาวบ้านจะทำนาได้ปีละครั้ง เมื่อถึงหน้าแล้งจะไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่มีน้ำ ก็ต้องอพยพไปขายแรงงานต่างถิ่น กระทั่งในหลวงได้มาพัฒนา มาสร้าง เหมือนชีวิตเกิดใหม่ ทุกวันนี้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีน้ำ ดินดี และใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
“ผืนดิน 12 ไร่เศษ ก่อนหน้านี้ทำนาจะได้ผลผลิตไร่ละ 200 กิโลกรัม เนื่องจากเป็นดินทราย หลังจากทำนาก็รับจ้างทั่วไปได้ แต่หลังจากมีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนฯ และโครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีน้ำเพียงพอต่อการทำนาปี ทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มเป็นไร่ละกว่า 600 กิโลกรัม และยังมีน้ำเหลือสำหรับปลูกพืชหลังทำนาด้วย ทำให้ตอนนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนบ้านและประชาชนในพื้นที่ และทันทีที่ทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต รู้สึกเสียใจและโศกเศร้า และทุกคนใน อ.เขาวงก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน ทั้งนี้ ในฐานะราษฎรที่เกิดและได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อจากนี้จะขอจะน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงยึดถือปฏิบัติต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป” นายวิศักดิ์กล่าว

