วันที่ 16 ตุลาคม 2559 เมื่อเวลา 08.30 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมใจกันสวมใส่ชุดดำ-ขาว และชุดประจำเผ่า ยืนถวายความอาลัยเป็นรูปหัวใจถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ลานสนามหญ้า ภายในศาลากลางเชียงใหม่ ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาตลอดเวลาของการประกอบพิธี
จากนั้น นายปวิณ กล่าวในฐานะผู้แทนปวงชนชาวเชียงใหม่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตลอดพระชนม์ชีพของการครองสิริราชสมบัติกว่า 70 ปี พระองค์ทรงงานหนักอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์สุขของชาวไทย และเป็นพระมหากรุณาธิคุณฯ แก่ชาวเชียงใหม่ เป็นอย่างมาก เพราะทรงเสด็จเยือนจังหวัดเชียงใหม่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2501 โดยประทับ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ครั้งหนึ่งเป็นระยะเวลา 2-3 เดือน ทรงงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ และโดยเฉพาะชาวเชียงใหม่ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น มีโครงการมากมายหลายประการที่ก่อประโยชน์ต่อประชาชนทั้งมวล อาทิ โครงการหลวง ที่ทรงมาพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องชาวไทยภูเขาในพื้นที่ห่างไกล ที่ประกอบอาชีพที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย

“พระองค์ทรงทราบว่าภาคเหนือมีสภาพอากาศหนาวเย็น จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินจากชาวเขาบนดอยอ่างขาง จัดตั้งโครงการหลวงขึ้นเมื่อปี 2512 และทรงแต่งตั้ง มจ.ภีศเดช รัชนี เป็นประธานมูลนิธิโครงการหลวง ทำให้ราษฎรชาวไทยภูเขามีรายได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และกระจายโครงการหลวงไปทั่วเชียงใหม่ ถึงจำนวน 28 แห่งจาก 39 แห่งทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่วาง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ จัดตั้งศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยฮ้องไคร้ฯ เพื่อฟื้นฟูสภาพต้นน้ำและป่าเต็งรัง สอนประชาชนให้เข้าใจวิธีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง รวมทั้งพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ทุรกันดาร ทรงก่อตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในจังหวัดเชียงใหม่นำพี่น้องชาวไทยพื้นราบและชาวไทยภูเขาที่อยู่ห่างไกลได้เล่าเรียนร่วมกัน ซึ่งทุกเรื่องราวจะยังอยู่ในสำนึกของชาวเชียงใหม่ตราบชีวิตจะหาไม่ ในนามพสกนิกรชาวเชียงใหม่ขอกราบแทบเบื้องพระยุคลบาทฯ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้” นายปวิณ กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ สุวรรณ ชนเผ่าลาหู่ ผู้แทนชาวไทยภูเขาบ้านเวียงพัฒนา อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเป็นยิ่งกว่าหัวใจของพี่น้องชาวไทยภูเขา เพราะพระองค์ท่านรับทราบถึงความเดือดร้อนและความทุกข์ยากของลูกที่อยู่ไกล พระองค์ท่านเสด็จไปหาพวกเราและพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตของพวกเราให้ดีขึ้น ขอสัญญาว่าจะเดินตามรอยพระยุคลบาทฯ ตามแนวทางที่ทรงพระราชทานไว้ จะเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการค้าขายยาเสพติดและอบายมุขอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ ทำการบันทึกเทปเพื่อนำไปเผยแพร่ในการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยต่อไป

