‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นฟ้องอนุทิน-บิ๊ก สธ. ที่ศาลปกครอง ให้เบรกจัดชื้อ ‘ฟาวิพิราเวียร์’

18.03.22 | 11:06 น.

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นฟ้องอนุทิน-บิ๊ก สธ. ที่ศาลปกครอง ให้เบรกจัดชื้อ ‘ฟาวิพิราเวียร์’ ไปส่งเสริม ‘ฟ้าทะลายโจร’


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มีนาคม ที่ศาลปกครอง ถนนเเจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้อง รมว.กระทรวงสาธารณสุข, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมการแพทย์ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ฐานใช้ดุลพินิจโดยมิชอบในการผลักดันการจัดซื้อจัดหายาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มไม่หยุดหย่อน ทั้งๆ ที่ยาดังกล่าวประเทศผู้ผลิตยังไม่อนุมัติให้ใช้ยาดังกล่าว เพราะอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดหาเวชภัณฑ์ยาและขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ : กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 ระยะการระบาดระลอกเมษายน 2564 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตามที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอ โดยมีสาระสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงรายการจัดซื้อเวชภัณฑ์ยาจากยา (โมลนูพิราเวียร์) ตามโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ฯ 50,000 โดส เป็นยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 17,065,457 เม็ด

โดยก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งให้ซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ ในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 แล้วจำนวน 254 ล้านเม็ด และเดือนตุลาคม-ธันวาคม เดือนละ 100 ล้านเม็ด รวม 300 ล้านเม็ด ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4-6 หมื่นล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่ง “ยาฟาวิพิราเวียร์” นั้นเป็นที่ยืนยันแล้วว่าบริษัทเจ้าของสูตรยาในญี่ปุ่นจะยุติการทดลองใช้ยาดังกล่าวกับโรคโควิด-19 เนื่องจากความยากลำบากในการประเมินประสิทธิผลของยาที่มีต่อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน และจนถึงบัดนี้รัฐบาลญี่ปุ่นก็ยังไม่อนุมัติให้ใช้ยานี้ เพราะบริษัทผู้ผลิตไม่สามารถมีข้อมูลที่เพียงพอเพื่อพิสูจน์ถึงประสิทธิผลและความปลอดภัย

Advertisement

ล่าสุด นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ ยังออกมาโพสต์วอนให้องค์การเภสัชควรหยุดผลิตและนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์เสีย เพราะไม่มีข้อมูลยืนยันว่ายาฟาวิพิราเวียร์ลดการป่วยได้จริง การที่กระทรวงสาธารณสุขมุ่งแต่จะผลักดันให้มีการจัดซื้อจัดหายาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่แน่ใจว่ามีธงหรือผลประโยชน์ใดแอบแฝงอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะต้องใช้เงินกู้ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดินที่เป็นภาษีของประชาชนไปจัดซื้อจัดหานับหมื่นล้านบาท ทั้งๆ ที่มีข้อพิสูจน์และผลงานวิจัยมากมายว่ายาแผนโบราณของไทยหลายชนิด อาทิ ฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ แอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) มีประสิทธิภาพในการจำกัดการแพร่ของไวรัสได้ แต่กลับไม่มีการส่งเสริมการใช้ในวงการแพทย์กันอย่างจริงจังในสถานพยาบาลของรัฐ

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงนำความมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหลายร่วมกันระงับการจัดซื้อจัดหายาชนิดดังกล่าวเสีย และให้หันไปส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย “ฟ้าทะลายโจร” กันอย่างจริงจังเสียที