พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 470 จุด แม่ฮ่องสอนครองแชมป์มากสุด 8 วันติด
วันที่ 19 มีนาคม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 470 จุด พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 204 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 142 จุด พื้นที่เกษตร 61 จุด พื้นที่เขตสปก. 31 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 29 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 3 จุด ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 234 จุด ครองแชมป์ต่อเนื่อง 8 วันติด แพร่ 36 จุด และ ลำปาง 29 จุด ตามลำดับ

จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนมีจำนวนลดลงในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง แต่ในส่วนพื้นที่ภาคเหนือยังพบจุดความร้อนกระจายตัวเหมือนวานก่อน ซึ่งวันนี้พบ 336 จุด ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่ 1 มกราคม – 18 มีนาคม 2565 พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว 11,571 จุด ตามด้วยภาคเหนือ 10,408 จุด และภาคกลาง 6,058 จุด ตามลำดับ ส่วนเช้าวันนี้เวลา 09.00 น. ทางตอนบนของพื้นที่ภาคเหนือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ยังอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนจังหวัดอื่นๆ โดยรวมนั้นอยู่ในระดับดีถึงดีมาก สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการท่องเที่ยวได้ตามปกติ
สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ครองแชมป์วันที่ 20 ซึ่งวันนี้พบ 5,578 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นประเทศไทย จำนวน 470 จุด และอันดับที่ 3 สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามจำนวน 330 จุด ตามลำดับ ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา

