หมอพรทิพย์ เผยไม่พบยูเรีย สารประกอบปัสสาวะในแผ่นอนามัย “แตงโม”

19.03.22 | 14:57 น.

หมอพรทิพย์เผยไม่พบยูเรีย สารประกอบปัสสาวะในแผ่นอนามัย “แตงโม” ด้าน อ.อ๊อดแนะตรวจลายนิ้วมือท้ายเรือ ดาราสาวมีหรือไม่ ถ้ามีฉี่จริง ระบุถ้าเป็น หน.พงส.จะนำ “แซน” เข้าเครื่องจับเท็จ พิสูจน์ให้การโกหกหรือไม่ ยกตัวอย่างคดีหม่อมลูกปลา เคยโป๊ะแตกมาแล้ว

พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์รายการดราม่าวันนี้ ถึงผลการชันสูตรศพ รอบ 2 ดาราสาว แตงโม นิดา (ชื่อเดิม ภัทรธิดา) พัชรวีระพงษ์ อายุ 37 ปี ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกสปีดโบ๊ตเสียชีวิต ในประเด็นที่สังคมสงสัยว่าแตงโมไปปัสสาวะท้ายเรือตามที่คนบนเรือให้การหรือไม่ ซึ่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ไม่ได้แถลงเนื่องจากมีหลายประเด็นมาก จึงไม่ได้พูดในวงแถลง ซึ่งแพทย์นิติเวชได้ทำการทดสอบที่แผ่นอนามัยที่แตงโมใส่ในวันเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบว่ามีคราบปัสสาวะ หรือยูเรียหรือไม่ ผลปรากฏว่าไม่พบคราบปัสสาวะ หรือยูเรียติดอยู่ ตนเองจึงชมว่าการชันสูตรครั้งนี้ตอบโจทย์ได้หมดทุกข้อสงสัย รวมทั้งรอยบาดแผลที่ขามีการเอกซเรย์ซ้ำ พบว่าแผลไม่ได้ลึกถึงกระดูก ซึ่งเป็นแผลที่เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต และไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ แต่แผลจะเกิดก่อนตกน้ำ หรือเกิดแผลระหว่างอยู่ในน้ำ ตรงนี้สำคัญ พนักงานสอบสวนควรมาคุยกับแพทย์ทั้ง 2 หน่วย คือ หน่วยผ่าศพทั้งรอบแรก รอบ 2 และแพทย์ที่ไปตรวจจุดเกิดเหตุ เพื่อจะได้ตอบข้อสงสัยและสรุปประเด็นให้ได้ว่าบาดแผลเกิดจากอะไร

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรืออาจารย์อ๊อด

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า คราบปัสสาวะสามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีนำตัวอย่างที่สงสัยว่าจะมีคราบปัสสาวะติดอยู่ เช่น ชุดชั้นใน หรือแผ่นอนามัย ไปสกัดหาโปรตีน หรือยูเรีย หรือดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจหาคราบปัสสาวะได้จากพื้นที่บนเรือ หรืออีกจุดหนึ่งที่จะตรวจได้คือ ภายในตัวผู้เสียชีวิต ซึ่งผลการตรวจพบว่ากระเพาะปัสสาวะเริ่มเน่า ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน การเก็บตัวอย่างกรณีนี้ถือว่ายากลำบาก เพราะเป็นการจมน้ำ ทำให้แผ่นอนามัย กางเกงใน หรือบอดี้สูท โดนกระแสน้ำพัดพาสารเคมีหลุดไปได้ แต่อาจจะไม่หลุดไปทั้งหมด ซึ่งนักนิติวิทยาศาสตร์อาจต้องสกัดตัวอย่าง เช่น บอดี้สูทที่อยู่ใกล้อวัยวะเพศมาตรวจสอบคราบปัสสาวะอย่างละเอียด หากพยายามจนถึงที่สุดยังไม่สามารถตรวจพบคราบปัสสาวะได้ก็ต้องยกประโยชน์ให้กับข้อเท็จจริงจากปากของพยานในเรือที่เห็นแตงโมเป็นคนสุดท้าย คือ “แซน” วิศาพัช มโนมัยรัตน์ ว่าแตงโมปัสสาวะท้ายเรือจริง

รศ.ดร.วีรชัยกล่าวว่า คดีเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือผู้พันตึ๋ง ในคดีฆาตกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ที่ใช้เทคนิคตรวจพบคราบเลือดบนพรมจนนำไปสู่การค้นหาคราบเลือดในท่อระบายน้ำ กลายเป็นคดีฆาตกรรมอำพรางจริง และสิ่งที่ควรติดตามก่อนการหาคราบปัสสาวะก็คือ คราบเลือดที่อาจอยู่บนเรือเพื่อตอบสมมุติฐานที่ว่าบาดแผลเกิดก่อนการจมน้ำเสียชีวิตหรือไม่ และหากไม่มีคราบเลือดบนเรือเลยมูลเหตุจูงใจในเรื่องฆาตกรรมแฝงก็จะหายไป ประเด็นต่อมาหากพยานบอกว่าแตงโมไปปัสสาวะก็ต้องตรวจหาหลักฐานอื่น เช่น ลายนิ้วมือ แตงโม ที่จับท้ายเรือว่ามีจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่เจอก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าแตงโมปัสสาวะจริง

อาจารย์อ๊อดกล่าวว่า เชื่อว่าเครื่องจับเท็จจะช่วยได้ เพราะถ้าโกหก หัวใจจะเต้นเร็ว ความดันจะขึ้น และบอกว่า ถ้าตนเป็นหัวหน้าคณะสอบสวน จะนำแซนเข้าเครื่องจับเท็จ และซักกรณีว่าแตงโมปัสสาวะท้ายเรือจริงหรือไม่ ถ้าโกหกเครื่องจับเท็จจะบอกทันที และยกตัวอย่างคดีหม่อมลูกปลา ว่าเครื่องจับเท็จก็ถูกนำมาใช้ได้ผลเช่นเดียวกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตคดีนี้ ถ้าเป็นปกติหลังเพื่อนตกน้ำ ทุกคนต้องอยู่รอจนเหตุการณ์ยุติที่สถานีตำรวจ ไม่ใช่ไปเตรียมการนัดแนะกันเช่นนั้น มีการนำเรือไปเก็บทำลายหลักฐาน จึงน่าจะมีการโกหกกันอยู่ สิ่งสุดท้ายที่จะยืนยันได้คือเครื่องจับเท็จเท่านั้น พร้อมบอกว่า ไม่รู้ว่าคราบปัสสาวะที่บริเวณช่องคลอดนิติเวชจะส่งตรวจหรือไม่ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เนื้อเยื่อในท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ น่าจะตรวจได้ว่ายังมีคราบของโปรตีน หรือไข่ขาว อธิบายได้ว่าผ่านการปัสสาวะมาจริง แต่ไม่รู้ปัสสาวะช่วงไหน คดีนี้มีพิรุธมหาศาล เครื่องจับเท็จจะช่วยได้ ซึ่งถ้าสาวไปไม่ถึงประเด็นฆาตกรรมก็อาจจะเหลือเพียงประเด็นเดียวคือ อุบัติเหตุ

Advertisement