ฝากขัง 2 โจ๋แก๊งเด็กแว้นศาลอาญาธนบุรี ไล่ยิงเยาวชน 17 ปี ดับริมถนนพระราม 2 ปรากฎศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว เหตุอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง เกรงหลบหนี
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ยิงเยาวชนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย บนถนนคู่ขนานพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้ต้องหา 2 คน ได้แก่ นายทัศน์พล หรือโต (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี มือปืน และนายธนากร หรือเก่ง (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ
อ่าน:รวบมือปืนแก๊งเด็กแว้นไล่ยิงสนั่นกลางถ.พระราม2 โจ๋วัย17 ดับ
เมื่อเวลา 10:30 น วันที่ 21 มีนาคม ที่ สน.ท่าข้าม พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ได้นำตัว 2 ผู้ต้องหาออกจากห้องขัง เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา นำตัวส่งศาลอาญาธนบุรี โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อลงมาพบรุ่นพี่ ได้ร้องไห้โผเข้าสวมกอด จากนั้นได้เดินขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา
ด้าน พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม ตามภาพกล้องวงจรปิด เพื่อมาดำเนินคดี โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนั้น รับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุดังกล่าวจริง
ต่อมาที่ศาลอาญาธนบุรี นายทัศน์พล หรือโต (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี มือปืน และนายธนากร หรือเก่ง (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี
ในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่น,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ,พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทาง สาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรมายื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วันตั้งเเต่วันที่21 มี.ค.-1 เม.ย.65
โดยได้ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่19 มี.ค.เวลาประมาณ03.50 น. ตามวันเวลาเกิดเหตุ ขณะนายภูวนาท แก้วนิล อายุ17 ปี ผู้ตาย ได้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ โดยมีนายปฐวี จิตต์แก้ว ผู้บาดเจ็บนั่งซ้อนท้าย และมีนายณัฐพร หรือน็อต ปิ่นมอญ ขับขี่รถจักรยานยนต์ น.ส.อาภัสสร หรือม บูรณะ นั่งซ้อนท้าย รวม 2คัน ได้ขับหนีคนร้ายกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบว่าเป็นใครใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน ออกมา จากในซอยพระราม 2ที่ ข้างโลตัสพระราม 2เลี้ยวซ้ายออกถนนพระราม 2 ขาออกไปสมุทรสาคร กลุ่มวัยรุ่นซึ่ง ได้ขับไล่ติดตามเพื่อทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงใส่รถคันของผู้ตายซึ่งวิ่งตามหลังรถของนายณัฐพร เมื่อขับไล่กันมาถึง บริเวณเกิดเหตุ รถจักรยานยนต์กลุ่มคนร้ายได้ขับตามมาด้านหลังรถคันที่ผู้ตายขับ แล้วคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบ ชนิดและขนาดยิงใส่รถคันผู้ตายปรากฏว่ากระสุนปืน 1 นัด ถูกทะลุเข้าแผ่นหลังข้างขวาผู้ตาย แล้วรถจักรยานยนต์ หลักพลิกคว่ำล้ม ทำให้นายปฐวี ร่างรอยกระแทกกับเสาไฟฟ้าบนพื้นทางเท้าฟุตบาท ได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ตายไถลไปกับพื้นถนนร่างกระเด็นหลุดออกนอกรถนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ที่พื้นถนน หลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายได้ขับรถ หลบหนีไป ส่วนนายณัฐพร ซึ่งขับรถอีกคันได้ขับเร่งความเร็วหลบหนีกลุ่มคนร้ายไปได้ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จากนั้น ได้ขับรถวนกลับมาดูที่เกิดเหตุ ก็พบว่านายภูวนาท ถึงแก่ความตาย ส่วนนายปฐวี ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่ง รพ. สมุทรสาคร จากนั้นนายณัฐพรและ น.ส.อาภัสสรได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มายังที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้แจ้ง แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ร่วมตรวจชันสูตรพลิกศพผู้ตาย จึงมาร้องทุกข์ดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนต่อไป
ต่อมาวันเดียวกันหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม ร่วมกับ สืบสวนนครบาล 9 ได้ออกสืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายกลุ่มวัยรุ่นผู้กระทำผิดเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี จนทราบว่าผู้ก่อเหตุยิงผู้ตายในคดีนี้ คือ นาย นายทัศน์พล ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และ ธนากร ผู้ต้องหาที่ 2เป็นนั่งซ้อนท้าย โดยผู้ต้องหาที่ 1-2ขับรถไล่ติดตามรถของผู้ตายกับเพื่อน ออกมาจากหน้าหมู่บ้านพิมานซอยพระราม 2โดยภาพวงจรปิดสามารถ บันทึกภาพผู้ต้องหาที่ 1-2 ขับไล่ติดตามเป็นหน้าเป็นคันแรก ส่วนพวกอีกจำนวน 5 คัน ขับไล่ติดตามท้าย โดย ขณะไล่ติดตามรถผู้ตายกับเพื่อน เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ นายทัศน์พลฯผู้ต้องหาที่ 1ใช้อาวุธปืนสั้นลูกโม้ยิงใส่รถผู้ตาย ปังๆ จำนวน 2นัด ทำให้กระสุน 1 นัด ยิงทะลุเข้าแผ่นหลังด้านขวาของผู้ตาย จนเป็นเหตุให้ผู้ตายควบคุมรถไม่ได้แล้วรถพลิกคว่ำชนขอบ ฟุตบาทถนนทำให้นายปฐวีฯร่างกระเด็นไปชนกระแทกเสาไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายภูวนาท ติดรถไหลไปตามพื้นถึงเเก่ความตาย เเละผู้ต้องหาหลบหนีไป
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพกล้องวงจรปิดพยานบุคคล ที่สามารถยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสอง กับพวกที่เหลือยังไม่ทราบชื่อสกุล เป็นผู้ร่วมกันกระทำผิดจริง จึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับ และตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายใน
ซอยแสมดำ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ความควบตัวผู้ต้องหาจะครบกำหนด 48 ชั่วโมงแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก รอผลตรวจของกลาง และผลการตรวจสอบพิมพ์มือผู้ต้องหา จึงขอฝากขังผู้ต้องหาตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 1 เมษายน 65 ทั้งนี้หากมีการยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ญาติของผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว มีเหตุเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาจะหลบหนี

