วันที่ 17 ตุลาคม นายกุญช์ภัสส์ พัฒนฉัตรรุ่งรุจ เจ้าของรีสอร์ตโรงเตี้ยมภูทับเบิกที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ทำการรื้อถอนแล้ว ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงกรณีที่ทางจังหวัดเพชรบูรณ์เตรียมส่งบิลเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ที่คณะเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างว่า ตรงนี้ก็ต้องขอดูจากเอกสารหลักฐานที่ทางราชการจะจัดส่งมาให้ก่อนว่า มีความถูกต้องเป็นจริงแค่ไหน เพราะบางส่วนทางเราก็ทำการรื้อถอนเอง และระหว่างที่มีการนำเครื่องจักรเข้าทำการรื้อถอนก็ต้องดูว่า คิดค่าใช้จ่ายเกินเลยไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากมีการส่งเอกสารส่งมาก็ต้องพูดคุยกันก่อน
“ช่วงที่มีการรื้อถอนตั้งแต่วินาทีแรก ผมก็ให้ทีมงานทำการบันทึกภาพและวีดีโอไว้เป็นหลักฐานพร้อมมีการทำบัญชีไว้ตลอด และในความเป็นจริงในการรื้อถอนของเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทำทุกวัน มีแค่ 2 วันแรกและช่วงท้ายเท่านั้น ฉะนั้นหากจะมาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายกันเป็นล้านบาทก็คงไม่ถูกต้องเหมือนเป็นการรังแกกันเกินไป เวลานี้ผมก็แทบหมดเนื้อหมดตัว”นายกุญช์ภัสส์กล่าว
ทั้งนี้นายกุญช์ภัสส์ได้ยืนกรานไม่ขอแสดงหรือออกความคิดเห็น ถึงกรณีที่ทางจังหวัดเพชรบูรณ์และทางป่าไม้ เตรียมดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ตบนภูทับเบิกในล็อตที่ 2 โดยยืนยันว่า “ผมไม่ขอยุ่งเกี่ยวจะดีกว่า” และเมื่อถามว่ายังคาใจเรื่องถูกเลือกปฏิบัติอยู่หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนไปยังสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน และยังมีการฟ้องร้องพนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย ซึ่งนายกุญช์ภัสส์กล่าวย้ำว่า “ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากันไป เวลานี้ไม่ต้องการไปยุ่งเกี่ยวกับใครทั้งสิ้น”
ข่าวแจ้งว่า หลังจากรีสอร์ตโรงเตี้ยมบนภูทับเบิก ได้ถูกคณะเจ้าหน้าที่ทำการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดนายกุญช์ภัสส์ได้ไปเปิดสถานประกอบการกิจการใหม่ที่ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ โดยใช้ชื่อเดิม “โรงเตี้ยม” .

