ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่ 17 ตุลาคม หลังจากสำนักพระราชวังออกประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา สร้างความเศร้าเสียใจให้กับพสกนิกรชาวไทยทุกเชื้อชาติศาสนา หลังจากที่ต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า เฉกเช่นเดียวกับ ครอบครัวของนายวาเด็ง ปูเต๊ะ พระสหายแห่งสายบุรี ถึงแม้ว่านายวาเด็งได้เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา ภายในบ้านพักของตัวเองเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 7 สิงหาคม 2555 ที่ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ในวัย 96 ปีไปแล้ว แต่ครอบครัวของนายวาเด็งยังคงสานต่อเจตนารมณ์นายวาเด็ง ในการจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ทรงมีต่อครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ ทำให้ในขณะนี้ทางครอบครัววาเด็งยังคงทำใจไม่ได้ และยังคงโศกเศร้ากับการสูญเสียในครั้งนี้
ทำให้ในวันนี้ (17 ต.ค.59) นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 64 หมู่ 5 บ้านบาเลาะ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมทั้งนำกระเช้าของขวัญมามอบให้กับนางสะลาเมาะ ปูเต๊ะ อายุ 90 ปี ผู้เป็นภรรยา และนางอะตีเกาะ ปูเต๊ะ อายุ 40 ปี บุตรสาวของนายวาเด็ง เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจกับทั้งคู่ ซึ่งยังคงอยู่ในสภาพโศกเศร้า พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลครอบครัวของนายวาเด็งให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปดูต้นจำปาดะหลังบ้านที่มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งนายวาเด็งได้กำชับกับครอบครัวก่อนเสียชีวิต ให้ดูแลต้นจำปาดะให้ดี และนำผลของจำปาดะที่ดีที่สุดนำไปทูลเกล้าฯ ถวายแด่ในหลวงอย่างที่ตนเองเคยทำมาทุกปี ซึ่งทางครอบครัวได้ถือปฏิบัติด้วยดีเสมอมา
ด้านนางอะตีเกาะ บุตรสาว ได้บอกับผู้สื่อข่าวด้วยภาษามลายูว่า หลังจากที่รับทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ก็ได้รีบมาบอกกับผู้เป็นแม่ทันที แม่รู้สึกเสียใจและคิดถึงในหลวง รักในหลวงเป็นอย่างมาก และรู้สึกเสียดายที่พระองค์ท่านจากเราไป เพราะพระองค์ท่านทรงเป็นคนดีและเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน

