โจทก์โผล่อีก แฉขบวนการ ‘เจ๊’ แม่ค้าขายส้มตำคนดัง หลอกขายโควต้าลอตเตอรี่ สูญ 50 ล้าน หมอปลาพา 4 เหยื่อแจ้งป.

23.03.22 | 13:11 น.

โจทก์โผล่อีก แฉขบวนการ ‘เจ๊’ แม่ค้าขายส้มตำคนดัง หลอกขายโควต้าลอตเตอรี่ สูญ 50 ล้านบาท หมอปลาพร้อมทนายพา 4 เหยื่อแจ้งความกองปราบฯ


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมด้วย นายไพศาล เรืองฤทธิ์ หรือทนายไพศาล, นายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ พา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี อาชีพค้าขาย และกลุ่มผู้เสียหาย รวม 4 ราย ​เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ “เจ๊” เจ้าของร้านส้มตำชื่อดังในเมืองทองธานี ที่หลอกขายโควต้าลอตเตอรี่ โดยอ้างว่ารู้จักกับข้าราชการระดับสูงของกองสลาก รวมถึงบุคคลสำคัญทางการเมือง จนเกิดความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท โดยมี พ.ต.ท.ภูริพัฒน์ นามพุทธา รอง ผกก.สอบสวน กก.2.บก.ป. เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว

น.ส.เอ เปิดเผยว่า ทางขบวนการมีภาพถ่ายกับข้าราชการระดับสูงในสังคมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยได้หลอกพวกตนลงทุนในโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดละ 300 เล่ม งวดแรกพวกตนลงทุนเป็นเงินจำนวน 5 ล้านบาท และได้สลากกินแบ่งรัฐบาลจริง งวดที่ 2 พวกตนได้ลงทุนไปอีกเป็นเงิน 10 ล้านบาท แต่กลับได้สลากกินแบ่งรัฐบาลมาเพียงครึ่งเดียว เมื่อติดต่อไป ทางเจ๊ญาก็ไม่คืนเงินพวกตน อ้างว่าหัวหน้าป่วย และให้เงินที่พวกตนลงทุนไปแล้วเป็นค่าโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรอบถัดไป

ขณะที่ นายจีรพันธ์เปิดเผยว่า ขบวนการนี้มีความเกี่ยวข้อง ม.ล.รายหนึ่ง ที่วิ่งเต้นซื้อขายตั๋วข้าราชการ เมื่อผู้เสียหายมาออกรายการทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง จึงทำให้มีคนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าตกเป็นผู้เสียหายถูกขบวนการดังกล่าวหลอกขายโควต้าลอตเตอรี่ ซึ่งตนเชื่อว่ามีผู้เสียหายอีกหลายราย แต่เกรงกลัวอิทธิพลของคนร้าย นอกจากนี้ ยังทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนอยู่ในขบวนการดังกล่าว ซึ่งตนกลัวว่าเรื่องนี้จะเงียบไป ทั้งนี้ ตนเองก็ไม่ทราบว่าที่ถูกข่มขู่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่

Advertisement

ขณะที่ นายไพศาลเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการกล่าวอ้างว่ารู้จักกับข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ขณะนี้มีกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าความเสียหายจะมีถึง 50 ล้านบาท ส่วนคดีตั๋วผู้กำกับ ขณะนี้ทางกองปราบฯกำลังเร่งรัดดำเนินการอยู่ จึงขอฝากให้ช่วยปราบปรามขบวนการนี้ด้วย

พ.ต.ท.ภูริพัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นต้องแยกความผิดเป็นสองประเด็น เรื่องแรกคือคดีซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้โอนสำนวนคดีมาที่กองบังคับการปราบปราม โดยอยู่ระหว่างการสอบปากคำและเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนเรื่องการหลอกลวงขายโควต้าลอตเตอรี่ จะทำการเรียกสอบปากคำผู้เสียหาย และพิจารณาออกหมายจับดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าวต่อไป