หน้าแรก ในประเทศ รวบแล้ว โจรจี...

รวบแล้ว โจรจี้ชิงเงินสดแบงก์ดัง 2.7 แสน อ้างเปิดร้านแล้วเจ๊ง อยากได้เงินไปใช้หนี้

17.10.16 | 14:37 น.

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายเป็นชาย 1 คน บุกชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ของ น.ส.บุษบากร เตียวตระกูล เหตุเกิดที่ถนนในซอยหลังวัดสวนดอก ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ และนำมาลงมือก่อเหตุใช้มีดบุกจี้ชิงทรัพย์เงินสด 271,640 บาท ธนาคารกรุงไทย สาขานิมมานเหมินท์ ซอย 13 อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนหลบหนีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและทิ้งรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุไว้ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) และพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ขอศาลออกหมายจับคนร้ายตามภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2559 พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รรท.ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ รรท.ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 และ พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รรท.ผบก.จว.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนภาค 5 ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และชุดสืบสวน สภ.ภูพิงคฯ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายปชานน หรือมิ้ง นุชหนู อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 775/18 ซ.ศูนย์บันเทิงการค้า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุและเงินสดที่ยึดคืนมาได้จำนวนหนึ่ง

201610171420072-20021028190355

โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2559 พ.ต.ท.ไกรีศรี จุฬพรรค์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ และชุดสืบสวน สามารถติดตามและตรวจยึดของกลางเงินสดธนบัตรชนิดต่างๆ รวม 173,960 บาท บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีชมพูที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ มีดปลายแหลม หมวกกันน็อก กางเกงขายาว ถุงมือสีดำ หน้ากากสีดำ เสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงิน ซุกอยู่ในพงหญ้า ซอย 6 ถนนสวนดอก

ต่อมา พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 จึงบูรณาการชุดสืบสวน บก.สส.ภ.5 ชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ และชุดสืบสวน สภ.ภูพิงคฯ ออกไล่ล่าคนร้ายจนสามารถจับกุมนายปชานน หรือมิ้ง นุชหนู ได้ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ที่หอพักธารทิพย์ การ์เด้นเพลส ห้อง 2210 หมู่ 14 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลาง ธนบัตรชนิดต่างๆ รวมเป็นเงิน 9,180 บาท รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีขาว หมายเลขทะเบียน ขคจ 865 ลำพูน จำนวน 1 คัน หมวกกันน็อก 1 ใบ สวมใส่ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางไปดูลาดเลาหน้าธนาคารกรุงไทยที่เกิดเหตุ รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลจำนวน 1 คู่ ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ เสื้อยืดสีน้ำตาล กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ซึ่งเป็นชุดที่ผู้ต้องหาสวมใส่หลังเกิดเหตุออกจาก รพ.สวนดอก โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดมัดตัวได้

Advertisement

201610171420074-20021028190355

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาทั้ง 2 คดี ซึ่งจากการซักถาม ผู้ต้องหาให้การว่า ต้องการนำเงินไปใช้หนี้นอกระบบ เพราะขาดทุนจากการเปิดร้าน Cat Cafe สปาแมวและร้านกาแฟ ซอย 2 สุขเกษม ถนนนิมมานเหมินท์ ซึ่งขาดทุนและต้องปิดกิจการไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี เมื่อไม่มีเงินใช้หนี้จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว โดยวันที่ 15 ตุลาคม ตกลงใจจะชิงทรัพย์ธนาคารกรุงไทย เพราะไปใช้บริการบ่อยครั้ง จึงเห็นว่าเคาน์เตอร์และลิ้นชักใส่เงินต่ำน่าจะง่ายในการลงมือ จึงสวมหมวกกันน็อก พกมีดทำครัวใส่ไว้ที่กระเป๋าเสื้อ ขับขี่รถจักรยานยนต์ของแฟนสาวไปจอดทิ้งไว้ที่ซอยเปลี่ยว เดินออกไปชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ โดยใช้เท้าถีบรถให้ล้ม แล้วขี่รถคันดังกล่าวไปธนาคารกรุงไทย

ผู้ต้องหาหลบหนีโดยเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงพยาบาลสวนดอก นำสิ่งของทั้งหมดใส่ถุงขยะสีเขียวที่หาได้ในบริเวณดังกล่าว แวะร้านบิ๊กซีมินิ ซื้อถุงอีก 1 ใบ แล้วเดินกลับไปเอารถจักรยานยนต์ของแฟนที่จอดทิ้งไว้ หยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาใส่ถุงที่ซื้อมาจากร้านบิ๊กซีมินิ แล้วนำเงินที่เหลือและสิ่งของต่างๆ รวมทั้งมีดปลายแหลมที่อยู่ในถุงขยะสีเขียวซ่อนไว้ในพงหญ้าถนนสวนดอก

หลังจากนั้น พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รรท.ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ รรท.ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 และ พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รรท.ผบก.จว.เชียงใหม่ ได้คุมตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉยตลอดการทำแผนท่ามกลางเจ้าหน้าที่คุ้มกันแน่นหนา และประชาชนที่ทราบข่าวมารอดูจำนวนมาก