ศาลปค.กลางยกฟ้องคดีส.นักกฎหมายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมชาวโคราช 1125ราย ร้องขอสั่งเลิกโครงการสราญรมย์วินด์ฟาร์ม พบสภาพแวดล้อม-ระดับเสียงกังหันลมยังไม่เกินค่ามาตรฐาน
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ศาลปกครอง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่สมาคมนักกฎหมายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมพวกรวม1,125 คนซึ่งเป็นประชาชนชาวบ้านที่มีภูมิลำเนาพักอาศัยและทำกินใกล้ชิดติดกับเสากังหันลมในบริเวณพื้นที่ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด ต.หนองแวง อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา ยื่นฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและบริษัทกรีอินโนเวชั่น พาวเวอร์ จำกัด ขอให้เพิกถอนการอนุญาตประกอบกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม(โครงการสราญรมย์วินด์ฟาร์ม)เพื่อจำหน่าย และรื้อถอนเสากังหันลมออกจากพื้นที่ดังกล่าวรวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายกับชาวบ้านและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
โดยศาลให้เหตุผลว่าโครงการสราญรมย์วินด์ฟาร์ม ไม่ใช่การดำเนินการที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพ อนามัยของประชาชนหรือชุมชน ที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญ แต่โครงการมีลักษณะเป็นโรงไฟฟ้าที่ไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไปซึ่งก็พบว่าบริษัทกรีโนเวชั่นฯได้จัดให้มีการรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสียและชุมชนที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ตามสมควรแก่กรณีแล้ว
ส่วนตำแหน่งที่ตั้งของกังหันลมในโครงการ ระยะห่างจากโคนเสาถึงเขตที่ดินของบ้านหรือที่อยู่อาศัยฯ ที่ชาวบ้านอ้างว่ากระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ เพราะกังหันลมส่งเสียงดังทั้งกลางวันและกลางคืนกระทบต่อสุขภาพ การพักผ่อน และยังมีผลทำให้ที่ดินบริเวณใกล้เคียงแห้งเร็วขึ้นส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชผลการเกษตรกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น นกแมลงอากาศแปรปรวน ทำให้ผิดไปจากธรรมชาตินั้น
ศาลเห็นว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้มีมติผ่อนปรนการดำเนินการตามข้อ 5(3)(ก)ของประกาศคณะกรรมการกิจการพลังงานเรื่องกำหนดระยะห่างที่ตั้งโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม โดยมีเหตุผลอันสมควรและได้คำนึงถึงผลกระทบความปลอดภัยของประชาชนพอสมควรแก่กรณี ซึ่งบริษัทกรีโนเวชั่นฯได้ดำเนินการก่อสร้างเสากังหันลมไปตามที่ได้รับการผ่อนปรนจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานโดยชอบแล้ว และจากรายงานผลการตรวจวัดระดับเสียงจากกิจกรรมการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลมบริเวณชุมชนในต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2563 และวันที่ 10-11 มิถุนายน 2563 ซึ่งศาล พยานผู้เชี่ยวชาญ คู่กรณีและตัวแทนของคู่กรณีทุกฝ่าย ร่วมกันตรวจสอบสภาพแวดล้อมในบริเวณพื้นที่พิพาท และตรวจวัดระดับเสียงของกังหันลมในโครงการจำนวน 3 จุดพบว่ายังไม่เกินไปกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด กรณีจึงยังไม่อาจถือว่ามีการกระทำละเมิดต่อชาวบ้านทั้ง 1,125รายที่เป็นผู้ฟ้องคดี

