‘ฉุย รักจันทร์’ ผู้ต้องหาสังหารตร.กองปราบยืนกรานปฏิเสธ หนีเข้ากรุงเหตุโดนกดดันหนัก

25.03.22 | 13:20 น.

‘ฉุย รักจันทร์’ ผู้ต้องหาสังหารตร.กองปราบยืนกรานปฏิเสธทุกข้อหา หนีเข้ากรุงเหตุโดนกดดันหนักในพื้นที่ วางแผนเผ่นไปต่างประเทศ

ภายหลังพ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. สามารถติดตามจับกุมตัวนายจำรัส หรือฉุย รักจันทร์ มือปืนตามประกาศจับสำนักงานตำรวจแห่งชาติลำดับ 145 ได้เป็นผลสำเร็จ หลังสืบทราบว่านายจำรัสได้หลบหนีออกจากป่าเขาคาว พื้นที่ หมู่ 9 ต.ชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เข้ามากบดานซ่อนตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ ซ.มหาดไทย ย่านรามคำแหง พร้อมนายอัฐพล หรือรวย ใหม่อ่อน อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาในคดียิงเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ เสียชีวิต รวมทั้ง ยังควบคุมตัว น.ส.น้ำ (นามสมมุติ) แฟนสาวของ นายจำรัส ที่อยู่ด้วยกันภายในห้องมาทำการสอบปากคำยังกองบังคับการปราบปราม

อ่าน : ด่วน! รวบแล้ว ‘ฉุย รักจันทร์’ มือยิงตำรวจกองปราบฯดับ ที่แท้กบดานกรุงเทพฯ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. แถลงผลปฏิบัติการดังกล่าว แถลงว่า สำหรับคดีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ควบคุมสั่งการด้วยตนเอง โดยสนธิกำลังจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 เร่งติดตามตัวคนร้าย เนื่องจากเป็นบุคคลอันตรายต่อประชาชน มีประวัติโชกโชน มีส่วนเกี่ยวโยงทั้งคดีพยายามฆ่า และคดียาเสพติด โดยหลังก่อเหตุเมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายจำรัสได้หลบหนีการจับกุมมาตลอด โดยหลบหนีตามป่ายางในพื้นที่ จ.พัทลุง และได้หนีมากบดานในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา เชื่อว่ามีการวางแผนหลบหนีมาอย่างดี เพราะมีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการหลบหนี เมื่อถูกกดดันในพื้นที่ จ.พัทลุง จึงย้ายมากบดานในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยอาจเป็นการเตรียมการหลบหนีไปต่างประเทศ จนกระทั่งวันนี้ (25 มีนาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายจำรัส, นายอัฐพล ได้ดังกล่าวพร้อมทั้งยังได้ควบคุมตัว น.ส.น้ำ (สงวนชื่อ-นามสกุล) แฟนสาวของนายจำรัส มาสอบปากคำในฐานะพยานเพิ่มเติมอีกราย

พล.ต.ท.จิรภพ เผยอีกว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์พอที่จะเอาผิดได้ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ จากการตรวจค้นยังไม่พบอาวุธปืนดังกล่าว หลังจากนี้จะนำตัวส่งตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และทำการขยายผลถึงอาวุธปืน และผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ โดยขณะนี้มีข้อมูลมากพอสมควร แล้วหากมีพยานหลักฐานปรากฏ ก็จะดำเนินคดีกับผู้ให้ความช่วยเหลือตามกฎหมาย รวมถึงจะทำการสอบสวน น.ส.น้ำ ว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือไม่ เนื่องจาก น.ส.น้ำ ไม่ใช่บุคคลที่มีหมายจับแต่อย่างใด

Advertisement

พล.ต.ท.จิรภพ เผยอีกว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้กำชับให้กองบังคับการปราบปราม, ตำรวจภูธรภาค 8 และ ภาค 9 ทำการปราบปรามผู้มีอิทธิพล, มือปืน และผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่สีแดง ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ สามารถร้องเรียนมายังกองบังคับการปราบปรามได้

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการแกะรอยนายจำรัส และ นายอัฐพล พบว่าหลังจากถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ก็ได้ตัดสินใจหลบหนีออกจากพื้นที่เมื่อวันที่ 22 มีนาคม โดยรถยนต์ส่วนตัวเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเปลี่ยนมานั่งรถแท็กซี่ เพื่อเดินทางมาเช่าห้องพักในพื้นที่ย่านรามคำแหง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความคุ้นชิน เพราะเคยใช้เป็นที่กบดานสมัยก่อคดีในอดีต รวมถึงบริเวณดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนจากภาคใต้พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ยากต่อการสังเกต

พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนทำบันทึกจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือ หนุมานกองปราบ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. จะทำการควบคุมตัวนายจำรัส หรือ ฉุย รักจันทร์ อายุ 45 ปี และ นายอัฐพล หรือรวย ใหม่อ่อน อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปส่งต่อให้กับทางพนักงานสอบสวน สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ที่รับผิดชอบในส่วนของสำนวนคดีดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย คาดว่าจะมีการส่งตัวในช่วงค่ำของวันเดียวกันนี้