รวบแล้ว หลวงพี่ฉก กกน.สาวข้างวัด หลังเผ่นหนีถึงเพชรบูรณ์ รับมีความสุขที่ได้ขโมย แต่ไม่ได้สูดดม

26.03.22 | 22:28 น.

รวบแล้ว หลวงพี่ฉก กกน.สาวข้างวัด หลังเผ่นหนี หมอปลา ไกลถึงเพชรบูรณ์ รับมีความสุขที่ได้ขโมย แต่ไม่ได้สูดดม

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้นำตัว นายไกรสรณ์ เตชะปัญญา อายุ 41 หรืออดีตพระไก๊ ผู้ต้องหาลักทรัพย์ตามหมายจับศาล จ.ฉะเชิงเทรา ที่ 147/2565 ลงวันที่ 26 มี.ค.65 ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกกลุ่มของนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา นำคณะออกไล่ล่าตามหาตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : หมอปลา บุกค้นวัดแปดริ้ว หลังชาวบ้านแจ้งมีพระสงฆ์ลัก กกน.ผู้หญิงข้างรั้ว

โดยบุกเข้ามาค้นหาถึงยังภายในกุฏิของวัดหนองปรือ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ในช่วงค่ำของคืนวันที่ 24 มี.ค.65 ที่ผ่านมา ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้าแล้ว เดินทางกลับมายังที่ สภ.เขาหินซ้อน เพื่อให้ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ เพ็ชรศักดิ์ ผกก. สภ.เขาหินซ้อน พร้อมด้วย พ.ต.ท.สงบ โคตรโย สารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี ทำการสอบสวนปากคำในเบื้องต้น

ก่อนที่จะนำตัวออกไปพาชี้จุดเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังภายในกุฏิพระที่เคยพักอาศัย อยู่ก่อนหน้า รวมถึงในจุดก่อเหตุลักทรัพย์โจรกรรมเอากางเกงในไป 3 ตัว ยังที่หน้าบ้านของหญิงสาว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับซุ้มประตูทางเข้าวัด เลยถัดจากแนวรั้วของเมรุไปเพียงเล็กน้อย จากนั้นจึงได้พาไปชี้ยังในจุดที่ได้นำเอากางเกงในของกลางไปทิ้งไว้ยังในป่าหญ้าริมถนนภายในหมู่บ้าน เลยจากบ้านของผู้เสียหายไปอีก 50 เมตร

Advertisement

ขณะที่นายไกรสรณ์ ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าได้เป็นผู้ที่เข้าไปลงมือก่อเหตุโจรกรรมกางเกงในของชาวบ้านข้างวัดมาจริง เนื่องจากพบเห็นญาติโยมโดยเฉพาะหญิงสาวที่ออกมาตักบาตรพระ หรือมาทำบุญนั้นแต่งตัววาบหวิว จึงทำให้โรคเก่าที่เคยเป็นมาก่อนหน้ากำเริบ ทั้งที่อาการลักษณะนี้ได้หายไปนานแล้ว เนื่องอวัยวะเพศของตนเองไม่มีอารมณ์ทางด้านนี้มานาน และเพิ่งจะลงมือก่อเหตุขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้เข้ามาบวชเป็นพระสงฆ์รวม 3 พรรษา

และยังยอมรับด้วยว่า ได้เคยเป็นผู้ต้องโทษในคดีทำนองเดียวกันมาแล้ว โดยถูกจำคุกมาเป็นเวลา 9 เดือน จากการที่เคยก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์เป็นกางเกงในของสตรีตามหอพัก ย่านนิคมอุตสาหกรรม 304 อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เมื่อหลายปีก่อน ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้บวช ซึ่งในขณะนั้นตนเองมีอาการในลักษณะนี้ค่อนข้างหนักมาก และก่อเหตุอยู่เป็นประจำ ถึงเดือนละประมาณ 2-3 ครั้งจนถูกจับกุมได้

และส่วนใหญ่จะลงมือก่อเหตุแต่เฉพาะในเวลากลางวัน ในขณะที่หญิงสาวซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาวโรงงานไม่ได้อยู่ที่ห้องพัก โดยจะเลือกขโมยแต่เฉพาะกางเกงในของหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาดีเท่านั้น แต่ไม่ได้ขโมยเพื่อนำเอามาสูดดมแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ขโมยแล้วนำเอามาสวมใส่เพื่อสำเร็จความใคร่ในการช่วยตนเอง โดยในทางความคิดนั้นเสมือนคล้ายกับว่าได้เข้าไปใกล้ชิดกับผู้เป็นเจ้าของกางเกงในเท่านั้น และไม่เคยลักทรัพย์อื่นนอกจากกางเกงใน

หลังจากถูกจับกุมตัวได้ในครั้งนี้แล้ว ตนเองอยากจะขอไปบำบัด หรืออยากได้พบกับทางจิตแพทย์เพื่อให้เขาช่วยทำการเยียวยารักษา เพราะเกรงว่าหากพ้นโทษออกมาแล้ว อาการจะกลับมากำเริบซ้ำอีก ทั้งที่หลังจากที่ได้เข้ามาบวชเป็นพระแล้วอาการได้หายไปนานหลายปี แต่ก็กลับมาเป็นอีก เมื่อถูกซักถามว่าหลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปอย่างไร นายไกรสรณ์ ระบุว่า ได้เดินทางกลับไปยังที่วัดเดิมใน จ.ปราจีนบุรี ในช่วงสายของวันหลังก่อเหตุ

โดยได้ไปนั่งอยู่ที่นั่นเพียงแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อทางวัดหนองปรือโทรศัพท์ไปบอกว่ามีหมอปลาบุกเข้ามา จึงได้หลบหนีต่อไปอีกยังที่วัดอีกแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี แต่เมื่อทางหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่นั่นทราบเรื่องผ่านทางสื่อมวลชน จึงได้พยายามที่จะให้ตนเองออกไปอยู่ยังที่อื่น แต่ตนเองไม่มีที่ไป จึงได้ขอร้องให้หลวงพ่อที่วัดแห่งนั้น ได้พาไปสึกจากการเป็นพระสงฆ์ยังที่วัดอีกแห่ง โดยหลวงพ่อได้บอกว่าหลังจากสึกแล้วเอ็งจะไปไหนก็ไป

ตนจึงได้เดินทางต่อไปยังที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยหวังว่าจะไปขอพักอาศัยอยู่ยังที่วัดที่ได้เคยไปจำพรรษาอยู่ที่นั่นมาแล้ว 1 พรรษา ในช่วงพรรษาที่ 2 ก่อนที่จะกลับมาจำพรรษายังที่วัดเดิม “วัดหัวหว้าสามัคคี” ในพรรษาที่ 3 แต่ได้ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวไว้ได้เสียก่อนในระหว่างทาง ก่อนที่จะเดินทางไปถึงยังที่วัดแห่งนั้น นายไกรสรณ์ กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เปิดเผยว่า ได้ติดตามไปจับกุมตัวผู้ต้องหามาได้จาก อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ในขณะที่นายไกรสรณ์ กำลังจะเดินทางไปยังที่วัดถ้ำมงคลเขาชะโงก ต.บ้านกล้วย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นวัดที่ได้เคยไปพำนักจำพรรษามาแล้ว 1 พรรษา แต่ยังเดินทางไปไม่ถึงได้ถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ติดตามไปทำการรวบตัวไว้ได้ก่อน เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ก่อนที่จะนำพาเดินทางกลับมายังที่ สภ.เขาหินซ้อน

หลังผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับสารภาพ ทางพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ของผู้อื่นในเคหะสถานในเวลากลางคืน” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกที่สูงกว่าในเวลากลางวัน โดยมีอัตราโทษมากถึง 1 ปีจนถึง 7 ปี และมีโทษปรับ 2 หมื่นบาทไปจนถึง 1 แสนบาท แม้มูลค่าของทรัพย์ที่ถูกขโมยไปจะเป็นเพียงแค่กางเกงใน 3 ตัว และเจ้าของไม่ได้ติดใจในมูลค่าของทรัพย์สินที่หายไปนั้นแล้วก็ตาม

หลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายไกรสรณ์ ได้ยกมือไหว้พร้อมกล่าวคำขอโทษต่อผู้เสียหายด้วย โดยที่ผู้เสียหายนั้นได้กล่าวให้อภัย และไม่ได้ติดใจต่อความผิด พร้อมยังบอกด้วยว่าเสียดายอนาคตของผู้ก่อเหตุ ส่วนการดำเนินคดีนั้น ให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้อื่น ซึ่งบุคลิกของอดีตพระหนุ่มนั้น เป็นคนรูปร่างสูงโปร่งและยังหน้าตาดีอีกด้วย