ดีเอสไอประชุมทีมแพทย์ผ่าศพ คดีแตงโม นิดา อธิบดีดีเอสไอยืนยันถึงแม่จะคัดค้านไม่อยากให้เป็นคดีพิเศษก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงตามขั้นตอน คาดได้ข้อสรุปภายในเมษา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท. พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษและรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผศ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บัญชาการสถาบันนิติเวชวิทยา นพ.ทศนัย พิพัฒน์โชติธรรม คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมประชุมพิจารณาคดีการเสียชีวิตของนางสาวภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีรพงศ์ “แตงโม” โดยมีนางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ยื่นเรื่องให้ดีเอสไอรับคดี ก็ได้เดินทางมาสังเกตการณ์การแถลงข่าวของดีเอสไอในวันนี้ด้วย
นายไตรยฤทธิ์ ก่อนการประชุมว่า คดีดังกล่าว เมื่อมีผู้ร้องขอ โดยคำร้องระบุว่าการเสียชีวิตของแตงโม เป็นคดีที่มีลักษณะเป็นฆาตกรรมอำพราง มีผู้มีอิทธิพลเข้ามายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน มีการจัดการพยานหลักฐานใหม่ ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชและนิติวิทยาศาสตร์น่าสงสัย มีรายละเอียดกระทำการซับซ้อนมีเงื่อนงำ เหมือนให้เข้าใจว่าเป็นการจมน้ำตายธรรมดา และไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเสียชีวิต จากนั้นดีเอสไอมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวน ให้พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้า และเป็นที่มาของการเชิญแพทย์ผู้ชันสูตรที่เกี่ยวข้องทุกคนเข้ามาประชุมร่วมในวันนี้ โดยมีการเรียกทีมแพทย์ผ่าชันสูตรคุณแตงโมทั้ง 2 รอบ มาประชุมและให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ เป็นครั้งแรก และเป็นที่มาของการเชิญแพทย์ผู้ชันสูตรที่เกี่ยวข้องทุกคนเข้ามาประชุมร่วม

นายไตรยฤทธิ์ ยังกล่าวว่า ส่วนครั้งต่อไปจะมีการร้องขอพยานหลักฐานจาก สำงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประกอบสำนวนการประชุม ซึ่งคาดว่าผลจะสรุปกลางเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนมอบให้คณะอนุกรรมการพิจารณา และส่งไปยังคณะกรรมการที่มีนายวิษณุ เครืองาม ประธานคณะกรรมการคดีพิเศษชุดใหญ่ พิจารณา ก่อนสรุปว่าจะรับหรือไม่รับเป็นคดีพิเศษ ทั้งนี้สำหรับการรับเป็นคดีพิเศษจะต้องเข้า 5 เงื่อนไข คือ คดีมีความซับซ้อน ต้องรวบรวมหลักฐานจำนวนมาก , คดีมีความกระทบต่อสังคม , กระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ,เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,มีผู้มีอิทธิพล และนายพลอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะต้องประมวลจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ อย่างไรก็ตาม ในคดีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการก่อนที่ ดีเอสไอรับพิจารณาเป็นคดี
เมื่อถามว่า หากกรณีตำรวจสรุปส่งสำนวนให้อัยการจะกระทบต่อการรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ นายไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานอัยการ หากอัยการสั่งสอบเพิ่มเติม และดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว อำนาจการสอบเพิ่มเติมก็จะเป็นของดีเอสไอ แต่หากมติดีเอสไอยังไม่ออก และอัยการไม่ได้มีการสั่งสอบเพิ่มเติมใดๆ ดีเอสไอก็จะไม่มีอำนาจเข้าไปสอบสวน เพราะถือว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นในชั้นอัยการแล้ว
ส่วนกรณีที่แม่ของแตงโม นิดา ไม่เห็นด้วย และ คัดค้านไม่ให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษนั้น นายไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า ดีเอสไอจะต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง เมื่อมีผู้มาร้องก็ต้องพิจารณา เพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน จะให้ดีเอสไอบอกว่าไม่รับคดี เพราะครอบครัวร้องขอ ดีเอสไอทำไม่ได้


