เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น./ผอ.ศอ.ปส.บช.น.,พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น./โฆษก บช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ร่วมกันแถลง พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.1 และ พ.ต.ท.ศุภกร อ้นสุวรรณ์ รอง ผกก.บก.น.1 พร้อมชุด ชปส.บก.น.1 ร่วมกับ กก.สส.บก.น.1 จับกุม นางสาวรัศมี จิตรขุนทด อายุ 44 ปี นางรัชนี อายุ 63 ปี นายเจริญ อายุ 54 นางพรไพลิน อายุ 51 ปี และ นายจตุพร อายุ 19 ปี ได้ที่ห้องพักเลขที่ 54/26 เอื้ออาทรคู้บอน 27 ถ.คู้บอน แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 55/72 หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถ.พัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ฐานความผิด”มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (ยาเคหรือคีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิดอยู่ในชนิดยุทธภัณฑ์ที่ผู้ใดมีไว้ในครอบครองต้องขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่”
พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.1 และ ชปส.บก.น.1 สืบสวนติดตามกลุ่มเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติด เนื่องจากปัจจุบันมีการจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างแพร่หลาย จึงสืบสวนติดตามกลุ่มเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งมีนายซิม นางสาวบีและนางสาวหมวย ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดเป็นกระบวนการ โดยกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวมีการจำหน่ายยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหลายประเภท จึงติดตามสืบสวนจนทราบว่าหนึ่งในกลุ่มที่จำหน่ายยาเสพติดคือ น.ส.รัศมี พักอาศัยอยู่ที่อาคารเอื้ออาทรคู้บอน 27 จึงสืบสวนเรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ตำรวจชุดจับกุมเฝ้าสืบสวนติตตามพฤติกรรมโดยซุ่มอยู่ที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้าอาคารที่พักดังกล่าว พบน.ส.รัศมี มาบริเวณลานจอดรถด้านหน้าอาคาร จึงขอตรวจค้นพบยาบ้า ประมาณ 10,000 เม็ดอยู่ในกระเป๋าถือ จึงจับกุมและนำตัวตรวจค้นห้องพัก เลขที่ 54/26 อาคารเอื้ออาทรคู้บอน 27 ตึก 52 พบยาบ้า 360,000 เม็ด ยาเคน้ำ 1,170 ขวด แม็กกาซีน 4 อัน เครื่องกระสุนปืน 471 นัด เสื้อเกาะ 2 ตัว และเครื่องตัดสัญญาน 1 เครื่อง
ผบช.น.กล่าวอีกว่า จากการซักถาม น.ส.รัศมี ให้การว่าเสพติดทั้งหมดเป็นของนายซิมหรือบอส และ น.ส.บี ซึ่ง น.ส.รัศมี รับว่าทำหน้าที่รับส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าตามตามคำสั่งของนายซิมหรือบอสและ น.ส.บี โดยนายซิมหรือบอส ให้ซื้อบ้านเลขที่ 55/72 หมู่บ้านบุญญาภา คาซ่า ถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม.เมื่อประมาณปี 2559 โดยใช้ชื่อนางสาวรัศมี เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบยาเสพติดและของกลางยาอี 568 เม็ด อาวุธปืนยาว 10 กระบอก มีทะเบียน 6 กระบอก ไม่มีทะเบียน จำนวน 4 กระบอก เครื่องกระสุน 3,001 นัด ปลอกลดเสียง 5 ชิ้น ชุดเครื่องลั่นไก 2 ชุด พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สิน พระบูชา 25 องค์ รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ตู้เซฟ 1 ตู้ โฉนดที่ดิน บ้านเลขที่ 55/72 หมู่บ้านเบญญาภา คาซ่าฯ มูลค่าประมาณ 5.8 ล้านบาท สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 8 บัญชี สลากออมอิน น.ส.รัชนก 1 ฉบับ รวมมูลค่าทรัพย์สิน 7,430,000 บาท
สอบสวน น.ส.รัศมี รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหามีหน้าที่รับยาเสพติดและส่งมอบให้กับลูกค้าที่เสพยาเสพติดทั่วไปมาแล้ว หลายปีและของกลางที่ตำรวจตรวจยึดเป็นของตนจริง โดยมีนายซิมหรือบอส และน.ส.บี เป็นคนสั่งการให้ซุกซ่อนยาเสพติด จากการซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.บก.น.1 และ กก.สส.บก.น.1 จะไร่วมกันทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดเครือขายนี้ต่อไป
อีกคดี พล.ต.ท.สำราญ แถลง พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สน.แสมดำ ว่าที่ พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.กก.สส.บก.น.9 ร่วมกันจับกุมนางศิรดา หรือ ฝน อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ได้ที่บริษัทห้างทอง แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท 2 เส้น เงินสด 120,105.50 บาท ใบรับซื้อของเก่าสร้อยคอทองคำ และอื่นๆ โดยกล่าวหาว่า”ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ที่เป็นของนายจ้างในเวลากลางคืน” สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มี.ค. พนักงานสอบสวน สน.แสมดำ รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าขณะมารดาและน้องชายอยู่ที่ร้านทอง แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เกิดเจ็บป่วยกะทันหัน เมื่อนำส่งรักษาตัวโรงพยาบาล ซึ่งสงสัยว่าถูกวางยาตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าทองรูปพรรณและเงินสดหายไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดทราบว่า ผู้ต้องหาลักเอาทรัพย์สินสร้อยคอทองคำ 4 บาท , กำไลทองคำ 1 บาทและเงินสด 50,000 บาท หลบหนีไปจากการสืบสวนขยายผลจึงทราบว่าคนร้ายมีการวางแผนการก่อเหตุมาอย่างดี เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีแผนประทุษกรรมในการวางแผนการก่อเหตุ โดยซื้อซิมโทรศัพท์จาก Shoppee มาเปิดใช้งาน ติดต่อร้านทองเยาวราชบางขุนเทียน เพื่อสมัครงานเป็นลูกจ้าง ซึ่งร้านทองเดังกล่าวเป็นเจ้าของเดียวกับร้านทองที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ผู้ต้องหาเปิดเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อปลอมเพื่อติดต่อสั่งซื้อยาสลบ และติดต่อจ้างผู้ค้ำประกันการทำงานมาทำการค้ำประกันการทำงานให้ราคา 4,000 บาท และมาที่ร้านทองเยาวราชบางขุนเทียนพร้อมผู้ค้ำประกันที่จ้างมา เพื่อยื่นเอกสารสมัครงาน พร้อมเซ็นสัญญาค้ำประกันการจ้างงาน โดยใช้ชื่อในการสมัครว่า น.ส.อลิสา มาลีเมาะ ใช้สำเนาบัตรประชาชนเป็นหลักฐานในการสมัคร และในหนังสือค้ำประกันทำขึ้น2 ฉบับ ผู้ต้องหาเขียนชื่อนามสกุลให้ไม่เหมือนกัน โดยเปลี่ยนนามสกุลจาก “มาลีเมาะ” เป็น “มานะโชค” ซึ่งเอกสารที่ทางร้านทองเยาวราชรับ เป็นชื่อของ “น.ส.อลิสา มานะโชค” ซึ่งเป็นชื่อปลอมและไม่มีตัวตน
ต่อมาชุดสืบสวน สภ.สาขลา รับแจ้งข้อมูลจาก สน.แสมดำ ว่าจับกุม นางศิรดา ผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ในลักษณะเดียวกันกับที่ก่อเหตุในพื้นที่ สภ.สาขลา จึงประสานกับผู้เสียหายชี้ตัวผู้ต้องหาที่ สน.แสมดำ ปรากฏว่าผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นผู้ต้องหาคนเดียวกัน กับที่ร้านทองในพื้นที่ สภ.สาขลา ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้เป็นผู้ก่อเหตุที่ร้านทองในพื้นที่ สภ.สาขลา จริง

