บิ๊กเด่น ระดมตร. 8 หมื่นนายวางนโยบาย 7 ด้าน-รับมือปชช.กลับช่วงสงกรานต์

28.03.22 | 14:24 น.

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ผอ.ศจร.ตร.) พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. ร่วมแถลงเตรียมความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2565


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ ตร. เตรียมอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงมอบหมายให้ตนในฐานะ ผอ.ศจร.ตร.รับผิดชอบ ซึ่งวันนี้เรียกประชุมตำรวจทั่วประเทศเพื่อเตรียมความพร้อม โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 80,000 นาย กำหนดนโยบายด้านการจราจรมีจุดเน้น ดังนี้
1.การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจร ซึ่งคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีปริมาณรถเข้า-ออก กทม.ในช่วงวันที่ 11-17 เม.ย.65 เป็นจำนวนมากกว่า 6.7 ล้านคัน (ซึ่งมากกว่าสงกรานต์ 2564 ที่มีจำนวนประมาณ 6.4 ล้าน) โดยคาดว่าประชาชนจะเริ่มเดินทางตั้งแต่ 8 เม.ย.65 และปริมาณรถที่จะออกมากที่สุดในวันที่ 12 และ 13 เม.ย.65 ปริมาณรถที่จะกลับเข้า กทม.มากที่สุดในวันที่ 16 และ 17 เม.ย.65 ตร.ได้ให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม ตั้งแต่การจัดทำแผนที่แสดงเส้นทางสำรอง เส้นทางเลี่ยง และเส้นทางลัด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คืนพื้นผิวจราจรให้เสร็จสิ้นภายใน 8 เม.ย.65 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยการจราจรในแต่ละเส้นทาง บริเวณทางร่วม ทางแยก และหน้าสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดแวะพักรถ โดยมีศูนย์ควบคุมสั่งการที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง มีสายด่วน 1193 หรือเพจเฟซบุ๊ก ตำรวจทางหลวง และศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สายด่วนหมายเลข 1197 (พื้นที่ กทม.) เพื่อให้บริการประชาชนในการสอบถามเส้นทาง รับแจ้งอุบัติเหตุ

2.ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร 2 ฉบับ (1) ข้อบังคับฯ ว่าด้วยการกำหนดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) ขาออก กทม. 9 เส้นทาง 10 จังหวัด ระยะ 217 กม. ระหว่าง 8-14 เม.ย.65 และขาเข้า กทม. 9 เส้นทาง 13 จังหวัด ระยะทาง 228 กม. ระหว่าง 14-19 เม.ย.65 เพื่อใช้เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่นให้คล่องตัว (2) ข้อบังคับฯ ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินรถในถนนบางสาย ตั้งแต่ 12-13 เม.ย.65 และตั้งแต่ 16-18 เม.ย.65 เส้นทางห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 194 กม. ทั้งนี้ สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องเดินรถในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถยื่นคำขอขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ของ บก.ทล.ได้ที่ www.hwpdth.com โดยเริ่มเปิดระบบขออนุญาตทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.65 เป็นต้นไป

3.การบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน บังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก (10 รสขม) ดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้ที่ขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด รวมทั้งกำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนน 4 ข้อหาสำคัญ ได้แก่ 1) ขับรถย้อนศร 2) ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 3) ขับรถจักรยานยนต์บนทางเท้า และ 4) ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 5) ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายทางม้าลาย โดยในการตรวจจับการกระทำผิด จะใช้วิธีการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ตามมาตรฐาน รวมถึงการใช้ชุดสายตรวจจราจรออกตรวจในพื้นที่เสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือมีสถิติการกระทำผิดบ่อยครั้ง ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.65 เป็นต้นไป และกรณีเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการสอบสวนขยายผล ในกรณีที่เด็กหรือเยาวชนดื่มสุราแล้วมาขับรถ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ และบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด (การห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม และห้ามดื่ม-ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่กฎหมายกำหนด และห้ามขายให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี)

Advertisement

4.เพิ่มมาตรการเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ ทุกสถานีตำรวจ จัดทำฐานข้อมูลบัญชีกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ได้แก่ บัญชีบุคคลเสี่ยง บัญชีร้านค้าเสี่ยง บัญชีกิจกรรมเสี่ยง เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการเข้าไปประชาสัมพันธ์ ป้องปรามหรือตักเตือนก่อนทำผิด

5.มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุในทางม้าลาย ตร.ได้สำรวจข้อมูลเส้นทางข้ามทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของถนนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดแผนการปรับปรุงซ่อมแซม โดยผลการสำรวจมีเส้นทางข้ามภาพรวมทั้งประเทศ มีจำนวน 10,254 จุด จะจัดทำเส้นทางข้ามเพิ่มเติม 328 จุด ยกเลิก/ปรับย้าย 25 จุด กำหนดแผนการปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางข้าม จำนวนทั้งสิ้น 2,853 จุด บังคับใช้กฎหมาย ข้อหาที่เกี่ยวกับทางข้าม การฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร “เส้นทางข้าม”, ไม่ข้ามถนนตรงทางข้าม, จอดรถในทางข้าม และขับรถโดยใช้ความเร็วบริเวณเส้นทางข้ามเกินกฎหมายกำหนด ตั้งแต่เดือน ก.พ.65 จนถึงปัจจุบัน มีผลการจับกุมทั้ง 4 ข้อหา รวมจำนวน 3,739 ราย

6.ห้องพักฟรีทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง มีหน่วยบริการ 201 หน่วยทั่วประเทศ โดยให้บริการจองห้องพักของหน่วยบริการตำรวจทางหลวง ผ่านระบบออนไลน์ที่ www.booking.hwpdth.com มีห้องพักผ่อนฟรี สำหรับให้ประชาชนแวะพักเหนื่อย พร้อมบริการเครื่องดื่มและขนมทานเล่น ห้องน้ำสะอาด ซึ่งทุกหน่วยบริการมีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้มาตรฐาน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายด้านที่ 7 คือโครงการอาสาตาจราจร ในช่วงสงกรานต์ ตร. มูลนิธิเมาไม่ขับ และบริษัท วิริยะประกันภัย จัดทำแคมเปญ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ซึ่งเป็นกิจกรรมในโครงการ “อาสาตาจราจร” โดยการรณรงค์ให้ประชาชนส่งคลิปกล้องหน้ารถ หรือคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือในช่วง 7 วัน ควบคุมเข้มข้นของเทศกาลสงกรานต์ 2565 (ตั้งแต่ 11-17 เม.ย.65) ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดกฎจราจรสำคัญที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือบันทึกอุบัติเหตุสำคัญและสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีของตำรวจได้ ซึ่งจะคัดเลือกจากคลิปที่ประชาชนส่งมา จำนวน 7 คลิป และมอบรางวัลให้คลิปละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 70,000 บาท ซึ่ง ตร.จะจัดงานมอบรางวัลพร้อมเกียรติบัตรให้เจ้าของคลิปที่ได้รับคัดเลือกต่อไป

ผอ.ศจร.ตร.กล่าวอีกว่า อยากฝากประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบถึงแนวทางการดำเนินการและมาตรการต่างๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำมาบังคับใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่สังคมโดยรวม ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวโดยสะดวกและปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2565 โดยทั่วกัน