ศบค.ทวน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ 43 คลายมาตรการเข้าไทย-เข้มรวมกลุ่ม ‘สงกรานต์’ งดเล่นน้ำปะแป้ง-ปาร์ตี้โฟมในที่สาธารณะ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 31 มีนาคม ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค แถลงทบทวนมาตรการ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 43 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ (1 เมษายน)
พญ.สุมนีกล่าวว่า เรื่องแรก “การปรับระดับพื้นที่สีตามสถานการณ์” จากเดิมวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เรามีการปรับพื้นที่สี 3 พื้นที่ คือ 1.สีส้ม พื้นที่ควบคุม ซึ่งจะปรับลดลงจาก 44 จังหวัดเหลือ 20 จังหวัด 2.สีเหลือง พื้นที่เฝ้าระวังสูง ปรับเพิ่มขึ้นจาก 25 จังหวัด เป็น 47 จังหวัด 3.สีฟ้า พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ปรับเพิ่มจาก 8 จังหวัดเป็น 10 จังหวัด โดยเพิ่มขึ้น 2 จังหวัดคือ เชียงใหม่และเพชรบุรี นอกจากนี้ ในพื้นที่สีฟ้า ยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่มีการนำร่องในบางพื้นที่อีก 16 จังหวัด อีกด้วย
ทั้งนี้ มาตรการสำคัญ 2 เรื่องในการปรับ “พื้นที่สีส้ม” และ “พื้นที่สีเหลือง” คือ 1.และพื้นที่ควบคุม “สีส้ม” จะจำกัดไม่ให้มีการรวมกลุ่มกันเกิน 500 คน ซึ่งต่างจากพื้นที่เฝ้าระวังสูง “สีเหลือง” ซึ่งจะจำกัดการรวมกลุ่มทำกิจกรรมได้ไม่เกิน 1,000 คน
เรื่องสำคัญที่ 2.พื้นที่ควบคุม “สีส้ม” ยังไม่อนุญาตให้มีการบริโภคสุราในร้านอาหาร แต่สามารถจำหน่ายและนำกลับไปดื่มที่บ้าน แต่สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสูง “สีเหลือง” สามารถดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ไม่เกิน 23.00 น.
พญ.สุมนีกล่าวต่อว่า สาระสำคัญเรื่องที่ 2 ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 43 คือ “มาตรการเข้าราชอาณาจักร” ซึ่งสาระสำคัญคือจะมีการยกเลิกการตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าไทย ของนักเดินทางทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น เทสต์ แอนด์ โก (Test and Go), แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) หรือ แบบกักตัว (Quarantine)
โดยระบบเทสต์ แอนด์ โก ยังคงการตรวจ RT-PCR ในวันแรกเมื่อมาถึงไทย และติดตามการคัดกรองด้วยตัวเอง (Self-ATK) อีกครั้งในวันที่ 5, สำหรับนักเดินทางที่เข้ามาแบบกักตัว ยังคงต้องตรวจ RT-PCR ในวันแรก และติดตามด้วย RT-PCR ในวันที่ 4-5 ก่อนออกจากสถานที่กักตัว นอกจากนี้ นักเดินทางที่มาในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ หรือแบบกักตัว ก็ได้มีการลดวันที่อยู่ในพื้นที่ลง เหลือ 5 วัน จากเดิมที่ต้องอยู่ 7 วัน
พญ.สุมนีกล่าวอีกว่า เรื่องสุดท้ายที่เป็นสาระสำคัญใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 43 คือ “การจัดงานสงกรานต์ในปีนี้”
“เรื่องที่สำคัญคือ 1.ห้ามจัดงานในพื้นที่สาธารณะ เช่น ถนน หรือหน้าบ้าน 2.ห้ามเล่นน้ำ ปะแป้ง ปาร์ตี้โฟม สำหรับพื้นที่ที่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามวัฒนธรรมประเพณีคือ ให้ทำตามมาตรการที่กำหนดตามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาอนุญาต แต่ก็ยังห้ามปะแป้ง เล่นปาร์ตี้โฟม จากนี้ ยังคงงดดื่มหรือจำหน่ายแอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงาน 3.ในพื้นที่หมู่บ้าน ต้องขออนุญาตจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ใบอนุญาตก่อนจึงจะจัดงานได้” พญ.สุมนีกล่าว


