ภาพของข้าราชการตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก -เบา สลับตลอดทั้งวัน ยืนตรงทำหน้าที่ถวายความเคารพ ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่หลั่งไหล่เข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา
สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น ภาพที่ถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ตอกย้ำความจกรักภักดีที่พสกนิกรชาวไทย ใต้ร่วมพระบารมี ตั้งใจทำเพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
ข้าราชการตำรวจจำนวนมาก โพสต์และส่งต่อภาพนี้ ภาพข้าราชการตำรวจในเครื่องแบบ ที่ยืนทำหน้าที่ถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ ความอาลัย ถวายความจงรักภักดี โดยไม่หวั่นต่อสายฝนที่ตกกระหน่ำ เช่นเดียวกับประชาชนจำนวนมากที่ไม่หวาดหวั่นต่อสายฝนเพื่อรอเข้าไปถวายความอาลัยในพระบรมมาหราชวัง บ้างเพิ่มข้อความย้ำความภูมิใจ เชิดชูเพื่อนร่วมอาชีพผู้ทำหน้าที่ได้อย่างภาคภูมิ ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊กส่วนตัว แม้ตัวเองไม่ใช่บุคคลในภาพ แต่ทว่าต่างภูมิใจที่เหล่าสีกากีด้วยกันได้ปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรตินี้อย่างน่าภูมิใจยิ่ง
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนต่างสวมชุดดำเดินทางมาลงนามถวายความอาลัยที่ประตูวิเศษไชยศรีอย่างล้นหลาม โดยวันนี้มีการกางเต๊นท์หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากรเพื่อดูแลประชาชนที่มาเข้าแถวลงนามฯ โดยยังปิดการจราจรถนนหน้าพระบรมมหาราชวัง และถนนหน้าพระธาตุปิดยาวจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ภายในท้องสนามหลวง ยังคงมีอาสาสมัครกางเต๊นท์นำอาหารเครื่องดื่มมาให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ท.กฤตภาส กิตติรัฐกรณ์ รองผู้กำกับการปราบปราม สน.ชนะสงคราม (รองผกก.ป. สน.ชนะสงคราม) นายตำรวจผู้ทำหน้าที่ถวายพระเกียรติรับเสด็จฯในวันนั้น (16ตุลาคม) และเป็นตำรวจในภาพนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างภาคภูมิกลางสายฝน เล่าว่า ตนมีหน้าที่อำนวยการ การรับเสด็จฯ บริเวณประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง โดยทำหน้าที่นี้ต่อเนื่อง นับแต่วันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 15ตุลาคม จะยืนประจำการบริเวณนี้ตั้งแต่ 05.00น. จนถึงประมาณ 01.00น.ของอีกวัน แต่ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย แม้วันที่ฝนตก แดดจ้า ก็ไม่รู้สึกท้อถอยหรืออยากหยุดพัก เต็มใจที่สุดที่ได้ทำหน้าที่นี้
รองฯกฤตภาส เล่าว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2557 ตนป่วยเป็นมะเร็งที่กล่องเสียงและโคนลิ้น ต้องเข้ารักษาเคมีบำบัดรักษาตัวเรื่อยมาจนมาหายในเดือนกรกฎาคม 2558 ทุกวันนี้ร่างกายยังมีอาการเหนื่อยล้า แต่เมื่อต้องมาถวายความอารักขาให้กับพระบรมวงศานุวงศ์และขบวนนพระบรมศพ ตนไม่มีอาการเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย
“ไม่เหนื่อยเลย ร่างกายยังแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทางครอบครัวก็เป็นห่วงที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ถวายความอารักขา แต่ผมบอกว่า อย่าเป็นห่วง เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่นี้ ถือเป็นความภูมิใจอย่างยิ่ง ตำรวจจำนวนมากอยากมาปฏิบัติหน้าที่นี้ และผมได้รับโอกาสนี้ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่ แม้จะนอนเพียงวันละ 3-4 ชั่วโมง แต่ก็ไม่มีอาการเหนื่อยล้าแต่อย่างใด”พ.ต.อ.กฤตภาส กล่าว
พ.ต.ท.กฤตภาส กล่าวว่า ตนน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องการปิดทองหลังพระและเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับการปิดทองหลังพระนั้น แม้จะไม่มีใครเห็น แต่ฟ้าดินก็เห็น พระจะสวยงามนั้น ต้องปิดทองที่หลังพระด้วย เปรียบได้กับการทำหน้าที่แม้เพียงน้อยนิด ไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ผลที่ได้ก็จะเกิดกับคนส่วนใหญ่ ถ้าทุกคนทำแบบนี้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ตนน้อมนำมาปรับใช้กับชีวิตส่วนตัว เพราะเศรษฐกิจโลกเป็นเช่นนี้ แต่ประเทศไทยมีวันนี้ได้เพราะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย คนเราจะกินข้าวราคาเท่าไหร่ ก็อิ่มเหมือนกัน หลับเหมือนกัน พระองค์ท่านได้วางแนวทางไว้ ตนก็จะปฏิบัติอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ พ.ต.ท.กฤตภาส ยัง แนะนำประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานถวายความอาลัยว่า ขอให้ใช้รถสาธารณะและรถที่หน่วยงานรัฐจัดให้ เพราะมีคนหลั่งไหลมาเยอะมาก และที่จอดรถน้อยไม่เพียงพอ ขอประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่าตำรวจได้ตีเส้นสีเหลืองทึบบริเวณถนนราชดำเนินกลางถึงถนนราชดำเนินในจนถึงถนนหน้าพระลานเพื่อทำทางฉุกเฉิน หากมีคนป่วยคนเจ็บ ก็จะสามารถนำรถฉุกเฉินเดินทางมารับคนป่วยไปได้ หากมีประชาชนปิดเส้นทางก็จะส่งผลต่อคนป่วย ถือเป็นสิ่งที่ดีและคาดว่าการตีเส้นทึบน่าจะแล้วเสร็จในช่วงค่ำของวันนี้

ขอบคุณภาพจากทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และ Kawin Sirichantakul

