รอง ผบช.น.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ‘สารวัตรไซเบอร์’ ออกหมายจับเพิ่มอีก 5 แก๊งอุ้มรีดเงินเหยื่อ

2.04.22 | 15:34 น.

วันที่ 2 เมษายน ที่ สน.บางนา พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวว่า ทาง พ.ต.ต.คมได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา 1.ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ 2.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และ 3.ร่วมกันทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ จากนั้นนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งศาลอนุมัติให้ฝากขัง นอกจากนี้ ทางพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 5 ราย ในข้อหาเดียวกัน ซึ่งจะมีการติดตามจับกุมต่อไป


พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาที่มามอบตัว 1 รายคือ พ.ต.ต.คม เป็นข้าราชการตำรวจ บช.สอท. ส่วนที่ถูกออกหมายจับเป็นข้าราชการตำรวจสังกัด บช.สอท. 1 นาย อดีตข้าราชการตำรวจ 1 คน พลเรือน 3 คน ทั้งนี้ พิสูจน์ทราบตัวผู้ต้องหาได้แล้วทั้งหมด 6 คน และอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นต่อไป ตรวจสอบเบื้องต้นของตำรวจ สน.บางนา และ กก.สส.บก.น.5 พบว่ามีผู้เกี่ยวข้อง 10 คน ตำรวจพยายามติดต่อผู้กล่าวหาเพื่อให้ผู้กล่าวหามาสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงประสานไปยังทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด และญาติเพื่อให้ช่วยติดตามผู้กล่าวหาเข้าให้การเพิ่มเติม สอบปากคำวันนี้ได้เพียงคนเดียวคือ พ.ต.ต.คม ที่มาพบพนักงานสอบสวน ส่วนอีก 5 คนออกหมายจับอยู่ระหว่างติดตามจับกุม ส่วนคำให้การ พ.ต.ต.คม อยู่ในสำนวน การอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เป็นคำให้การผู้ต้องหาซึ่งจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป

“ขอให้ผู้เสียหายสบายใจ เพราะข้าราชการตำรวจที่ไปข่มขู่ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝากขังไปแล้ว 1 ราย ส่วนที่เหลือถูกออกหมายจับไปแล้วเช่นกัน ซึ่งจะดำเนินคดีให้ครบทุกราย และขอให้มั่นใจในการทำงานของตำรวจถ้ามีผู้ใดมาข่มขู่ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย ขอให้แจ้งเข้ามาพร้อมดำเนินการให้ความคุ้มครองตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่” พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมนั้นจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดีหรือไม่ พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า ตำรวจสามารถดำเนินการได้ในจุดหนึ่ง แต่พอมีข้อสงสัยที่อยากจะซักถามเพิ่มเติมก็จำเป็นต้องสอบถามจากผู้เสียหายในบางเรื่องบางประเด็น จากคำให้การในวันที่ 25 มีนาคม และการทำงานของตำรวจสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำผิดได้จำนวนหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ ตำรวจดำเนินการไปเยอะแล้วหากยังไม่มั่นใจประสานมาโดยตรงที่ตำรวจที่ผู้เสียหายไว้วางใจ หรือจะประสานมาโดยตรงที่ตนได้ ยืนยันว่าทำงานอย่างเต็มที่ขอให้มั่นใจในการทำงานของตำรวจ

Advertisement

ส่วนตำรวจอีก 2 ราย ที่ไม่ได้ลงรายมือชื่อนั้น พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า สอบปากคำได้ 1 นายยืนยันพร้อมอ้างถิ่นที่อยู่ว่าไม่ได้มาร่วม เพียงแต่เคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา พ.ต.ต.คม สมัยที่ยังรับราชการอยู่ที่ บก.น.3 คือก่อนที่จะไปรับราชการที่ บช.สอท. เคยอยู่ที่ กก.สส.บก.น.3 โดยมีข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นายที่ปรากฏในรายชื่อแต่ไม่ได้ลงลายมือชื่อ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาจึงถูกนำชื่อไปใส่โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ไปร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ โดย 1 คนที่เรียกมาสอบปากคำยืนยันถิ่นที่อยู่แล้ว ส่วนอีก 1 คนผู้บังคับบัญชายืนยันว่าป่วยกักตัวโควิด-19 ซึ่งมาไม่ได้อยู่แล้ว หากพ้นการกักตัวรักษาอาการป่วยโควิด-19 แล้วก็จะเรียกมาสอบปากคำในภายหลัง

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า จะตรวจสอบไปต้นสังกัดของผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจทั้ง 2 นายว่าเขามีหน้าที่อะไร ส่วนคดีอื่นผู้ต้องหาอยู่ระหว่างตรวจสอบอยู่ว่าผู้ต้องหาทุกรายที่ปรากฏชื่อว่ามีคดีเก่าอะไรหรือไม่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคดีเมื่อปี 2556 เกี่ยวกับกับวินรถตู้ในพื้นที่บางบัวทองที่ปรากฏชื่อ ร.ต.ท.คม อายุ 31 ปี ตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาในคดี พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า ให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบคดีที่ปรากฏชื่อของนายตำรวจคนดังกล่าวว่ามีผลทางคดีอยู่ว่าเรื่องนั้นเป็นอย่างไร ส่วนการตรวจค้นเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ตรวจยึดรถยนต์ที่พบเห็นในวันที่เกิดเหตุได้ 1 คัน และตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายในสำนักงาน รปภ. ของ พ.ต.ต.คม อุปกรณ์กล้องวงจรปิด ในเบื้องต้นทราบว่ากล้องวงจรปิดถูกลบเมมโมรี่การ์ดไปแล้ว จึงส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบว่าจะสามารถกู้ไฟล์ได้หรือไม่

พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตั้งแต่ผู้กล่าวหาเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ตำรวจ สน.บางนา และ กก.สส.บก.น.5 รวบรวมพยานหลักฐานจนออกหมายจับได้ 5 ราย และแจ้งข้อหา 1 ราย รวม 6 ราย ถือว่าตำรวจทำงานรวดเร็วระดับหนึ่ง ถึงแม้จะมีข้าราชการตำรวจ 1 รายถูกแจ้งข้อหา อีกรายถูกออกหมายจับ ซึ่งประชาชนจะเห็นได้ว่าทำงานอย่างจริงจัง ไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะเป็นข้าราชการตำรวจก็ตาม ต้องว่ากันไปตามกฏหมายและข้อเท็จจริง

ส่วนเว็บไซต์พนันออนไลน์ในคดีนี้ พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า เบื้องต้นทราบชื่อเว็บไซต์ดังกล่าวแล้วตรวจสอบล่าสุดพบว่าเว็บไซต์ปิดเว็บไปแล้ว ตำรวจหน่วยที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล ส่วนตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 นายจะทำเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ซึ่งทาง ผบช.สอท. ให้สัมภาษณ์แล้วว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และวันนี้สั่งการให้ ผกก.สน.บางนา ทำเรื่องไปถึง ผบก.สอท.2 และผบก.สอท.5 อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยตามระเบียบต่อไป