หมอธีระวัฒน์ หวั่น! ผู้ถือ กม.ไม่อินประโยชน์กัญชา แนะจับตา กม.ลูก ส่อจำกัดการใช้
เมื่อวันที่ 3 เมษายน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการเดินหน้าปลดล็อก “กัญชา” ออกจากยาเสพติดให้โทษ พร้อมนโยบายการให้ปลูกที่บ้านเพื่อรักษาตัวเอง ว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกประกาศชื่อยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (ยส.5) ซึ่งตรงนี้มีข้อกำหนดว่าจะมีผลบังคับใช้ใน 120 วัน เพื่อให้มีการอนุญาตปลูกในครัวเรือนได้ และอยู่ระหว่างการเสนอ (ร่าง) พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. … เราจึงต้องจับตาดูว่า ระหว่างนี้จะมีการออกกฎหมายลูกใดออกมาหรือไม่ ซึ่งตรงนี้น่าเป็นห่วงว่าแทนที่จะคลายล็อกให้ประชาชนปลูกได้ แต่อาจจะมีกฎเกณฑ์ ระเบียบ ค่าธรรมเนียม หรือต้องทำรายงานทุกเดือน เป็นต้น หรือไม่
“ต้องจับตาดูว่า สิ่งที่จะออกมาจากหน่วยราชการเอง ที่อาจไม่มีความเข้าใจด้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ อาจทำให้เกิดเรื่องเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้การใช้กัญชาในการดูแลผู้ป่วยไม่ได้เต็มที่ หรือเหมือนในข่าวที่ประชาชนปลูกเพียงต้นเดียวไว้รักษาโรคมะเร็ง แต่ถูกจับ ดังนั้น ต้องให้มีความเข้าใจระหว่างหน่วยงานรัฐที่ถือกฎหมายตามตัวหนังสือ เพราะอาจทำให้เกิดผลตรงกันข้าม ย้อนแย้งกับเป้าหมายของรัฐบาล และ สธ.ที่จะยกระดับพืชสมุนไพร กัญชา กัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ เหมือนเป็นการดึงความพยายามผลักดันเรื่องกัญชา 4-5 ปีที่ผ่านมา กลับไปอยู่จุดเดิม ซึ่งจะเป็นการตัดโอกาสของประเทศไทยในการใช้ประโยชน์จากกัญชา” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว
ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวว่า จุดประสงค์ของประเทศไทยขณะนี้คือ เพื่อให้เข้าใจประโยชน์ของสมุนไพรกัญชา และกัญชง เพื่อให้มีการใช้ให้ถูกต้องโดยไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ โฆษณา หรือจำหน่ายราคาแพงๆ เพราะจะทำให้เสียชื่อการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพเพื่อการแพทย์
“อย่างไรก็ตาม จะเห็นจากการปลดล็อกพืชกระท่อมใช้อย่างถูกกฎหมาย เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การที่เอาพืชใต้ดินขึ้นมาบนดินแบบเปิดเผย ก็ต้องให้ถูกกฎหมายในลักษณะนั้น สิ่งตรงนี้ หากนำมาใช้กับกัญชา กัญชง ประชาชนก็ไม่ต้องใช้แบบลับๆ ล่อๆ หรือมีใครหาประโยชน์จากการเข้าไปกล่าวร้ายหรือหาประโยชน์กับคนที่ปลูก หรือคนที่ใช้ และไม่มีการเอาเปรียบจากการใช้หรือโฆษณาเกินจริง” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

